“ลีดเดอร์ไทย”พร้อมบูรณาการกัญชาสู่ยารักษาโรคครบวงจร

เป็นที่ทราบกันดีแล้วในตอนนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขพึ่งปลดล็อก “ใบกัญชง-กัญชา” ให้พ้นจากบัญชียาเสพติด เพื่อนำสรรพคุณที่มีอยู่มากมายของ “ใบกัญชง-กัญชา” มาใช้ทางการแพทย์อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด แต่แน่นอนว่ากัญชาเป็นเสมือนดาบ 2คมจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะขอใบอนุญาต

ล่าสุดบริษัท ลีดเดอร์ไทย จำกัด ซึ่งได้รับใบอนุญาตในการปลูกพืช “ใบกัญชง-กัญชา”รวมถึงขั้นตอนการผลิตออกมาเป็นยาสมุนไพรเพื่อในในทางการแพทย์ตลอดตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำรวมถึงพร้อมที่จะเปิดให้บุคลทั่วไป และวิสาหกิจชุมชนเข้ามาเรียนรู้ และมีส่วนร่วม โดยเมื่อวันเสาร์ที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมาบริษัท ลีดเดอร์ไทย จำกัด ได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจ และสื่อมวลชนเข้าชมโรงเรือนเพาะต้นกล้า พร้อมทั้งให้ความรู้เบื้องต้น

Advertisement

คุณราเชษฐ์ บินมาลา ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์การเกษตรอธิบายว่าโรงเรือนของบริษัท ลีดเดอร์ไทยเป็นโรงเรือนระบบปิดทั้งหมดเพื่อควบคุมมาตรฐานของพันธุ์พืช ภายในโรงเรือนจะมีกล้องวงจรปิดที่ส่งสัญญาณตรงไปที่องค์การอาหารและยาเพื่อควบคุม และป้องกันการหลุดลอดในการนำกัญชาไปใช้ในทางที่ผิด สำหรับกัญชาที่นำมาเพาะพันธุ์ในตอนนี้ หลักๆมี 2สานพันธุ์คือ สายพันธุ์หางกระรอก และสายพันธุ์ฝอยทองซึ่งทั้ง 2 สายพันธุ์นี้เป็นสายพันธุ์ไทยซึ่งมีผลการวิจัยว่าให้สารแคนนาบินอยด์มากที่สุด และเหมาะกับสภาพอากาศในประเทศไทยมากที่สุดเนื่องจากเป็นพันธุ์พื้นเมือง

คุณราเชษฐ์ บินมาลา ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์การเกษตร

คุณสุเมธ ซันเฮม กรรมการผู้จัดการบริษัท ลีดเดอร์ไทย จำกัด เปิดเผยว่าทางบริษัท ลีดเดอร์ไทย จำกัดมีความประสงค์ให้เกษตรกรได้มีโอกาสเข้าถึงการปลูกพืชทั้งกัญชง และกัญชาที่ยังไม่ได้ปลดล็อคอย่างเต็มรูปแบบได้ง่ายขึ้น เป็นการยกระดับของเกษตรกรในการสร้างรายได้ร่วมกับทางบริษัท รวมถึงผู้ป่วยที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงตัวยา เมื่อบริษัทดำเนินงานจนถึงพร้อมจนสามารถผลิตออกมาเป็นตัวยาที่มีมาตรฐานได้แล้ว เราก็พร้อมที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่

คุณสุเมธ ซันเฮม กรรมการผู้จัดการบริษัท ลีดเดอร์ไทย จำกัด

“สำหรับในส่วนของภาครัฐในตอนนี้ต้องขอบคุณมาที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือในหลายๆด้าน แต่ต้องเข้าใจว่าพืชกัญชานอกจากจะเป็นยาที่มีคุณอนันต์แล้ว อีกด้านหนึ่งก็ยังเป็นยาเสพติดอยู่ฉะนั้นการที่จะปล่อยให้เกษตรกรปลูกเองโดยปราศจากการควบคุมคงเป็นเรื่องยากซึ่งตรงนี้หากภาครัฐเข้ามาเข้มงวดก็จะดีมาก สำหรับในส่วนของโรงงานเรามีระบบการควบคุมจากองค์การอาหารและยา ข้อมูล และภาพออนไลน์ต่างๆที่เกิดในโรงเพาะแห่งนี้จะถูกส่งไปที่องค์การอาหารและยา หรืออ.ย.โดยตรง รวมถึงระบบความปลอดภัยของโรงงานซึ่งจะไม่ปล่อยให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปภายในโดยเด็ดขาด ซึ่งเป็นไปตามมาตราการณ์ที่อ.ย.กำหนดอย่างเคร่งครัด

ในส่วนของประชาชนโดยทั่วไปหากต้องการเข้ามาร่วมธุรกิจกับบริษัท ลีดเดอร์ไทย จำกัด เมื่อเราผ่านโครงการนำร่องตรงนี้ ไปจนถึงกระบวนการสกัดเป็นยาแล้ว เรายินดีที่จะเปิดรับเคลือข่ายที่ต้องการเข้ามาร่วมธุรกิจกับเรา รวมถึงผู้ป่วยที่มีความจำเป็น แต่ไม่สามารถเข้าถึงตัวยาได้ ตรงนี้เราก็อยากส่งคืนให้กับสังคมเช่นกัน”..นายสุเมธ กล่าว