ล็อกดาวน์ด่วนหลังโควิดระบาดหนักระลอก 4 เน้นจำกัดการเดินทาง 14 วัน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

 ศบค. ประกาศล็อกดาวน์ จำกัดการเดินทาง จำนวน 14 วัน มีผลทันที หลังมีการระบาดเชื้อไวรัสอย่างรุนแรง

วันที่ 9 กรกฎาคม 2564 การประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ครั้งที่ 9/2564 ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวย ศบค. ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ได้พิจารณามาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอก 4 หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นสูงมาก ล่าสุดวันนี้ยอดผู้ติดเชื้อโควิดทำสถิติใหม่ 9,276 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 72 คน ขยับเข้าใกล้หลักหมื่นคนต่อวันตามที่ศบค.คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ จาการระบาดของสายพันธุ์เดลต้าที่ค่อนข้างรุนแรง

Advertisement

ผลการประชุมเบื้องต้น ที่ประชุมได้ยกระดับมาตรการจำกัดการเดินทาง 14 วัน มีผลหลังเที่ยงคืนวันนี้ ( 9ก.ค.) พร้อมกำหนดเป้าหมายลดผู้ป่วยภายใน 2-4 สัปดาห์ และขอให้ทำงานจากที่บ้าน หรือเวิร์คฟอร์มโฮม (WFH) 100% ยกเว้นงานบริการที่จำเป็น และงานที่เกี่ยวข้องกับสาธารณูปโภค และขอให้ประชาชน งดการเดินทางโดยไม่จำเป็น ยกเว้น เดินทางไปซื้ออาหาร ไปโรงพยาบาล และฉีดวัคซีนป้องกันโควิด

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่เสี่ยง 6 จังหวัด ไม่ออกนอกเคหะสถานช่วงเวลา 22.00-04.00 น. เว้นแต่มีความจำเป็น แต่จะไม่ประกาศเป็นเคอร์ฟิว ห้างสรรพสินค้าจะอนุญาตให้เปิดได้เฉพาะส่วนซุปเปอร์มาเก็ต แผนกขายยา แผนกอาหาร แผนกสินค้าเบ็ดเตล็ด ส่วนร้านสะดวกซื้อจะมีกำหนดเวลาเปิด–ปิด

สำหรับโรงพยายาล สถานพยาบาล คลินิกแพทย์รักษาโรค ร้านขายยา ร้านอาหารในส่วนที่ไม่ใช่สถานบันเทิง หรือสถานบริการ และแผงจำหน่ายอาหาร ร้านสะดวกซื้อขนาดเล็ก ร้านค้าทั่วไป ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกรรมการเงิน ธนาคาร ตู้เอทีเอ็ม ตลาดและตลาดนัดส่วนอาหารสด อาหารแห้ง อาหารปรุงรส อาหารสัตว์ เวชภัณฑ์ และสินค้าเบ็ดเตล็ด แก๊สหุงต้ม เชื้อเพลิง ปั๊มน้ำมัน ปั๊มแก๊ส การให้บริการขนส่งผู้โดยสาร และขนส่งสินค้ำ รวมทั้งบริการส่งสินค้าและอาหารตามสั่ง เปิดได้ตามปกติ

นอกจากนี้ยังเน้นมาตรการป้องกันส่วนบุคคล การสวมหน้ากากอนามัย งดการคลุกคลีใกล้ชิดกัน หรือรับประทานอาหารร่วมกัน ทั้งในที่บ้าน และสถานที่ทำงาน และที่ประชุมมีมติให้ขยาย​พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 หรือ พรก.ฉุกเฉิน ต่ออีก 2 เดือน คือ สิงหาคม-กันยายน