วัคซีนChulaCOV-19 สัญชาติไทยโดยจุฬาฯ ชูธงสยบโควิดทุกสายพันธุ์ เทียบเท่าไฟเซอร์

cr:เพจ Chula VRC

มีหวังแล้ว!! “วัคซีนไทยสยบโควิดทุกสายพันธุ์” จุฬาฯ เผยคืบหน้า เมษายนปีหน้าจะสามารถผลิตและใช้กับคนไทยได้

Advertisement

ความคืบหน้า การผลิตวัคซีนป้องกันโควิด -19 โดยคนไทย  ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ผู้อำนวยการบริหารโครงการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 เปิดเผยว่า ผลเบื้องต้นของระยะที่ 1 ในการฉีดวัคซีน ChulaCov19 ได้ให้อาสาสมัคร จำนวน 36 คน พบว่า ปลอดภัยและไม่พบผลข้างเคียงรุนแรง ซึ่งผลข้างเคียงที่พบนั้นเป็นเพียงระดับที่ 1 คือ มีอาการเจ็บปวดบริเวณที่ฉีดเล็กน้อยถึงปานกลาง และมีอาการอ่อนเพลีย, มีไข้, หนาวสั่น และปวดกล้ามเนื้อ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเกิดมากขึ้นในเข็มที่ 2

ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ผู้อำนวยการบริหารโครงการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 cr:เพจ Chula VRC

ส่วนผลการตรวจวัดภูมิคุ้มกันในอาสาสมัคร พบว่า วัคซีน ChulaCOV-19 สามารถยับยั้งการจับของโปรตีนปุ่มหนามของไวรัสโควิดได้ถึง 94% ส่วนผลของวัคซีนอื่น ๆ อาทิ Pfizer อยู่ที่ 94%, AstraZeneca 84% และ Sinovac 75% วัคซีน ChulaCOV-19 เฟสที่ 1 ในอาสาสมัคร 36 คน อายุ 18-55 ปี พบว่า ไม่มีผลข้างเคียงรุนแรง มีเพียงผลข้างเคียงเล็กน้อยถึงปานกลาง และดีขึ้นภายในเวลา 1-3 วัน

cr:เพจ Chula VRC

สรุปผลได้ว่า วัคซีน ChulaCOV-19 สามารถกระตุ้นแอนติบอดี้ได้สูงเทียบได้กับวัคซีน mRNA อย่าง Pfizer และกระตุ้นแอนติบอดีได้สูงมากพอที่จะยับยั้งเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ดั้งเดิม รวมทั้ง สามารถยับยั้งเชื้อโควิดกลายพันธุ์ได้ทั้ง 4 สายพันธุ์ คือ Alpha, Beta, Gamma และ Delta

cr:เพจ Chula VRC

สำหรับการดำเนินการในขั้นตอนต่อไป อยู่ระหว่างคัดเลือกอาสาสมัครในเฟสที่ 2 คาดว่าจะเริ่มฉีดก่อนวันที่ 25 สิงหาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งหากการดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมาย รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ปรับกติกาให้สามารถผลิตได้ในการทดลองระยะ 3 คาดว่าในเดือนเมษายนปีหน้าจะสามารถผลิตและใช้กับคนไทยได้ โดยจะให้บริษัท Bionet Asia ซึ่งคนไทยถือหุ้นและมีโรงงานอยู่ที่จังหวัดอยุธยา สามารถผลิตได้ในทันที