25 ส.ค. รู้กัน!!! ปชช.เชื่อตัดสินคดีนักการเมืองช่วยบ้านเมืองสงบ

“สยามโพลล์” สำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (STC) เผยผลสำรวจ “ความคิดเห็นของประชาชนทั่วไปต่อการตัดสินคดีความของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พบประชาชนส่วนใหญ่เกินครึ่งเชื่อมั่นว่าการตัดสินคดีนักการเมืองจะทำให้สถานการณ์บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย

Advertisement

ทั้งนี้ผลการสำรวจดังกล่าวจัดทำขึ้นจากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 1,201 คน ในระหว่างวันที่ 16 ถึง 21 สิงหาคม พ.ศ. 2560 ก่อนที่จะมีการตัดสินความผิดของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีทุจริตจำนำข้าว
สรุปผลสำรวจพบว่า กลุ่มตัวอย่างมากกว่าสองในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 67.28 มีความคิดเห็นว่าการตัดสินคดีความของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะมีส่วนช่วยสร้างความสงบเรียบร้อย/ลดสถานการณ์ความขัดแย้งวุ่นวายทางการเมืองภายในประเทศได้

ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 64.03 มีความคิดเห็นว่าการเผยแพร่ข้อมูลรายละเอียดอย่างชัดเจนเข้าใจง่ายเกี่ยวกับการตัดสินคดีความของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้กับประชาชนได้รับทราบจะมีส่วนช่วยลดโอกาสการสร้างสถานการณ์ความขัดแย้งวุ่นวายทางการเมืองของกลุ่มผู้ไม่หวังดีได้

ในส่วนของกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 71.19 มีความคิดเห็นว่าการตัดสินคดีความของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะไม่มีส่วนช่วยลดการกระทำผิดกฎหมายของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองลงได้ในอนาคต

นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 84.1 มีความคิดเห็นว่าทุกฝ่ายควรต้องยอมรับคำตัดสินโดยไม่มีการคัดค้าน/โต้แย้งใดใดเลยอีก และกลุ่มตัวอย่างมากกว่าสี่ในห้าหรือคิดเป็นร้อยละ 81.93 ไม่เห็นด้วยหากมีกลุ่มคนจะไปยื่นขอความเป็นธรรมกับองค์การ/องค์กรระหว่างประเทศในกรณีที่ไม่เห็นด้วย-ไม่ยอมรับกับคำตัดสินคดีความของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ขณะเดียวกันความคิดเห็นต่อการตัดสินคดีความของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2560 นี้ กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 71.69 มีความคิดเห็นว่าหลังการตัดสินคดีความของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2560 นี้จะมีกลุ่มคนออกมาคัดค้าน/ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของศาล

อย่างไรก็ตาม กลุ่มตัวอย่างเกือบสามในสี่หรือคิดเป็นร้อยละ 73.11 มีความคิดเห็นว่าหลังการตัดสินคดีความของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2560 นี้จะไม่ส่งผลให้เกิดสถานการณ์ความขัดแย้ง-วุ่นวายทางการเมืองภายในประเทศเป็นวงกว้าง

สุดท้ายกลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 60.95 ไม่เห็นด้วยกับการห้ามมิให้ประชาชนมารวมกลุ่มให้กำลังใจผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ตนสนับสนุนบริเวณหน้าศาลในวันตัดสินคดีความ

ขณะที่กลุ่มตัวอย่างประมาณสี่ในห้าหรือคิดเป็นร้อยละ 80.93 เชื่อว่ามีการจัดตั้ง/ขน/เกณฑ์กลุ่มคนมาให้กำลังใจผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในวันตัดสินคดีความของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง