จี้รัฐแก้ปัญหารายได้-หนี้ หลังผลสำรวจพบคนกรุงสาหัสจากพิษโควิด

เผยผลสำรวจ คนกรุงแบกหนี้อ่วม จากสถานการณ์โควิด-19 พบ คน กทม.รายได้หดหายหนี้ท่วมหัว ร้องรัฐลดดอกเบี้ย-แก้ค่าครองชีพ

Advertisement

รศ.ดร ธนสุวิทย์ ทับหิรัญรักษ์ ที่ปรึกษาสำนักอปท.นิวส์โพล แถลงข่าวการเปิดตัวสำนัก “อปท.นิวส์โพล” พร้อมเปิดเผยผลสำรวจ ประชาชนในกรุงเทพและปริมณฑล โดยทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง “โควิด-19 กับผลกระทบรายได้-หนี้” โดยใช้วิธีสุ่ม ตัวอย่างแบบง่ายในการเก็บข้อมูลทางออนไลน์และสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ กว่า 1,200 ตัวอย่าง ในช่วงวันที่ 23 – 30 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน หรือคิดเป็นร้อยละ 32.6 รองลงมาคือกลุ่มผู้มีรายได้ 15,001–30,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 28.9 ถัด มาคือกลุ่มรายได้ 50,001 บาทขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 21.6 และกลุ่มรายได้ 30,001-50,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 16.9 โดยมีการกำหนดค่าความเชื่อมั่นไว้ที่ร้อยละ 95

รศ.ดร ธนสุวิทย์ ทับหิรัญรักษ์ ที่ปรึกษาสำนักอปท.นิวส์โพล

โดยในคำถามเกี่ยวกับการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่มีผลกระทบต่อรายได้มากน้อยเพียงใด” ส่วนใหญ่ร้อย ละ 34.4 ตอบว่ามีผลมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 26 ตอบว่ามีผลมาก ร้อยละ 18.5 ตอบว่ามีผลปานกลาง ร้อยละ 8 ตอบว่ามีผลน้อย

เมื่อถามว่า “สถานภาพเงินออมของท่านเป็นอย่างไร” ผู้ตอบคำถามส่วนใหญ่ร้อยละ 49.7 บอกว่าไม่มีเงิน ออม รองลงมาร้อยละ 45.1 บอกว่ามีเงินออมที่ลดน้อยลง ที่เหลือร้อยละ 5.2 ตอบว่ามีเงินออมเพิ่มขึ้น ถามในเรื่อง“หนี้สิน”ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ร้อยละ 71.2 บอกว่ามีหนี้สิน ที่เหลือร้อยละ 28.8 บอก ว่าไม่มีหนี้ ในกลุ่มที่มีหนี้เมื่อถามว่า “ท่านเป็นหนี้ต่อเดือนเท่าไหร่”ร้อยละ 48.9 ตอบว่ามีหนี้ต่อเดือน 10,000 – 50,000 บาท รองลงมาร้อยละ 37.4 มีหนี้ต่อเดือนต่ ากว่า 10,000 บาท ถัดมาร้อยละ 7.9 มีหนี้ต่อเดือน 100,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 5.8 มีหนี้ในระดับ 50,001-100,000 บาทต่อเดือน

ขณะที่คำถามถึง “แหล่งเงินกู้” ส่วนใหญ่ร้อยละ 54.9 กู้จากสถาบันการเงินภาคเอกชนรองลงมาเป็นการกู้กับญาติพี่ น้องและเพื่อน ร้อยละ 27.1 กู้จากธนาคารออมสินร้อยละ 18.9 กู้จากธนาคารอาคารสงเคราะห์ร้อยละ 12.9 กู้ นอกระบบร้อยละ 12.3 และกู้จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร้อยละ 3.9 ถามถึง “ประเภทของหนี้สิน”ส่วนใหญ่เป็นหนี้ผ่อนชำระที่อยู่อาศัย ร้อยละ 41.9 ลองลงมาเป็นหนี้บัตร เครดิต ร้อยละ 40.8 ถัดมาเป็นหนี้ผ่อนยานพาหนะ คิดเป็นร้อยละ 35.5 หนี้อื่นๆร้อยละ 30.8 และหนี้ธุรกิจส่วนตัว ร้อยละ 14.1 ถามว่า “ท่านต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหาหนี้อย่างไร” ร้อยละ 43.9 ต้องการให้ลดดอกเบี้ย ถัดมาร้อยละ 27.6 ต้องการให้ปรับสภาพหนี้ ร้อยละ 25.2 ต้องการให้ขยายเวลาช าระหนี้ ที่เหลือต้องการให้ขยายเวลาช าระ ดอกเบี้ย สุดท้ายถามว่า “ท่านอยากให้รัฐบาลดำเนินการอย่างไรในสภาวะวิกฤติครั้งนี้” ผู้ตอบแบบสอบถามส่วน ใหญ่ร้อยละ 55.5 ต้องการให้ลดปัญหาค่าครองชีพลง รองลงมาเป็นการแก้ปัญหาหนี้สิน คิดเป็นร้อยละ 49.1 ถัดมา คือต้องการให้รัฐอนุญาตภาคเอกชนเปิดดำเนินธุรกิจบางอย่างได้ คิดเป็นร้อยละ 34.8 มีผู้ที่ต้องการให้รัฐใช้ มาตรการคุมเข้มด้วยการล็อคดาวน์14 วันคิดเป็นร้อยละ 30.3 ในทางกลับกันมีผู้ต้องการให้ผ่อนปรนการล็อค ดาวน์ คิดเป็นร้อยละ 21.5 ที่น่าสนใจคือมีร้อยละ 12.7 ที่ต้องการให้รัฐช่วยหางานให้ท า สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 มีแนวโน้มผ่อนคลายลงจากการที่ประชาชนได้รับการฉีดวัคซีน ป้องกันมากขึ้น

อย่างไรก็ตามผลกระทบทางเศรษฐกิจคงไม่สามารถคลี่คลายได้ในระยะเวลาอันสั้นโดยเฉพาะปัญหา หนี้ครัวเรือน ที่ต้องอาศัยความตั้งใจจริงของรัฐบาล การด าเนินนโยบายที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องโดยอาศัย ความร่วมมือจากสถาบันการเงินทั้งของภาครัฐและเอกชนเพื่อบรรเทาภาระหนี้สินและสร้างความแข็งแกร่งด้าน การเงินแก่สถาบันครอบครัวในระยะยาว

ดร.กำพล มหานุกูล ประธานสำนักโพล อปท.นิวส์

ขณะที่ผสำรวจดังกล่าว ดร.กำพล มหานุกูล ประธานสำนักโพล อปท.นิวส์ กล่าวว่า “ผลสำรวจนี้เกิดจากความเห็นของการลงพื้นที่สำรวจจริง ผ่านสำนักโพล อปท.นิวส์ ที่นอกเหนือจากการสุ่มตัวอย่างและความคิดเห็นแล้ว ยังมีการตรวจสอบความถูกต้องของผลสำรวจผ่านนักวิชาการ และเป็นไปตามหลักวิชาการอีกถึง 3 ขั้นตอน ซึ่งการสำรวจดังกล่าวจะเป็นการสำรวจรูปแบบใหม่ ที่ทำให้เกิดความเข้าใจที่ง่ายขึ้น เป็น โพลที่เป็นการสำรวจเหมาะสำหรับยุคนิวส์นอมอล ในการสื่อสารกับผู้ตอบแบบสอบถาม และในการเผยแพร่ โดยผลสำรวจดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของการเผยแพร่และนำเสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหารายได้ – หนี้สิน สำหรับประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่อไป