2565 ปีเสือดุจับตาราคาสินค้าค่าครองชีพรุมเร้า หมูแพงแรงจัดราคาทะลุ 200 บ./กก.

ปีขาลศักราชใหม่ 2565 มาพร้อม ค่าครองชีพจ่อพุ่ง หลังเนื้อหมูราคาทะลุ 200 บาทต่อกิโลกรัม จับตาค่าเดินทาง ค่าไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เตรียมรุมเร้า ขณะที่โควิดโอไมครอนก็ยังส่อเค้าระบาดแรง

Advertisement

หลังย่างเข้าสู่ศักราชปี 2565 ที่หลายคนเชื่อว่าเป็นปีเสือดุ โดยเฉพาะเรื่องของค่าครองชีพของประชาชน ที่เกิดจากสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ค่าเดินทาง ค่าไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายอื่นๆ โดยเฉพาะราคาเนื้อสุกร จะพุ่งกระฉูดแพงทะลุกว่า 200 บาทต่อกิโลกรัมแล้วในหลายพื้นที่ โดยก่อนหน้านี้ไม่นานช่วงปลายปีเดือน พ.ย.- ธ.ค. ราคาอยู่ที่ราว 160-200 บาทต่อกิโลกรัม ส่งกระทบผลถึงผู้ประกอบการร้านอาหารที่เตรียมประกาศปรับขึ้นราคาในต้นปี 2565

เ้กี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มีการประชุมร่วมของกรมการค้าภายใน กรมปศุสัตว์ และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ รวมทั้งผู้เลี้ยงสุกร เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2564 ที่ผ่านมา นายชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ชี้แจงว่า สาเหตุที่ราคามีการปรับสูงขึ้น มาจากปริมาณการผลิตที่ลดลง ปกติปริมาณหมูขุนในแต่ละปีจะอยู่ที่ประมาณ 22 ล้านตัว แต่ในปี 2564 ได้ปรับลดลงเหลือ 19 ล้านตัว

สาเหตุมาจากผู้เลี้ยงขาดความมั่นใจและแรงจูงใจในการนำหมูเข้าเลี้ยง เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมาปริมาณความต้องการบริโภคหมูในประเทศลดลง ราคาไม่จูงใจ และต้นทุนค่าบริหารจัดการฟาร์มในการควบคุมโรคและต้นทุนอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น อีกสาเหตุที่สำคัญคืออัตราการสูญเสียจากการเลี้ยง เนื่องจากการระบาดของโรคพีอาร์อาร์เอส โรคท้องร่วงติดต่อในสุกร และโรคอหิวาต์สุกรตลอดจนมาตรการในการลดความเสี่ยงโดยจำกัดจำนวนการเลี้ยง ทำให้ปริมาณหมูขุนลดลงประมาณ 15%

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์

ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์ ได้ขอให้กรมปศุสัตว์ไปเร่งดำเนินการคู่ขนานทั้งในด้านวัคซีนและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้เกษตรกร เพื่อให้มีปริมาณสุกรกลับเข้ามาสู่ระบบโดยเร็ว ส่วนในด้านผู้บริโภคได้สั่งการให้กรมการค้าภายในขยายการดำเนินการโครงการพาณิชย์ลดราคา

ขณะที่นายสุนทราภรณ์ สิงห์รีวงศ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ ระบุว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงกำลังประสบปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น จากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ทุกประเภทปรับตัวสูงขึ้น อย่างข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กลายเป็นต้นทุนสะสมที่เพิ่มขึ้น

“ปัจจุบันผู้เลี้ยงสุกรในภาคเหนือหายไปจากระบบแล้วมากกว่า 50% จากผลกระทบของโรคในหมูและภาวะขาดทุนสะสม ทำให้ต้องหยุดเลี้ยงหมูปล่อยเล้าว่างเพื่อรอดูสถานการณ์ ขณะที่เกษตรกรที่ยังเดินหน้าเลี้ยงต่อไปต้องแบกภาระต้นทุนที่สูงขึ้น”

อย่างไรก็ตามนอกจากเรื่องของค่าครองชีพ ที่เตรียมปรับตัวสูงขึ้นจากสินค้าเกษตร และ ค่าอุปโภคบริโภคอื่นๆ แล้ว เรื่องของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19 โดยเฉพาะสายพันธุ์โอไมครอน ก็ยังมีแนวโน้มส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ทั้งเรื่องของการแพร่ระบาด และเรื่องของผลกระทบทางเศรษฐกิจ ฉะนั้นปี ขาลศักราช 2565 หรือ คศ.2022 จึงเป็นปีที่น่าจับตามองโดยเฉพาะความเดือดร้อนของประชาชนที่รุนแรงขึ้น และการแก้ไขปัญหาจากภาครัฐ ว่าจะมีประสิทธิภาพมาน้อยเพียงใด

กองบรรณาธิการ SBN