โลตัส เปิดตัว Lotus’s SMART App แอปพลิเคชันใหม่รวมออนไลน์ช้อปปิ้งในที่เดียว

โลตัส เปิดตัว “Lotus’s SMART App” รวมทั้งโลตัสมาให้ครบ สมาร์ทจบในแอปเดียว แอปพลิเคชันใหม่ที่รวมรีวอร์ดโปรแกรม (Rewards Program) ใหม่ “My Lotus’s” ที่มาแทน “คลับการ์ด” และแพลทฟอร์มสั่งซื้อสินค้าออนไลน์อยู่ในที่เดียว ชูประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ SMART และตรงใจกว่าเดิม ด้วยการใช้ AI (Artificial Intelligence) ประมวลผล big data นำเสนอโปรโมชั่นและส่วนลดสินค้าที่ออกแบบโดยเฉพาะสำหรับลูกค้าแต่ละคน

Advertisement

นางวรวรรณ เพียรลิขิตวงศ์ ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาด โลตัส กล่าวว่า “เพื่อส่งมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ SMART และไร้รอยต่อ (seamless) ผ่านช่องทางออมนิแชนแนลของทั้งสาขาและออนไลน์ โลตัส ได้พัฒนาแอปพลิเคชัน Lotus’s SMART App ขึ้น เพื่อเป็น one-stop destination ที่รวบรวมทั้งรีวอร์ดโปรแกรมและออนไลน์ช้อปปิ้งอยู่ในแอปพลิเคชันเดียว เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานของลูกค้าผ่านฟีเจอร์ต่าง ๆ มากมาย โดย Lotus’s SMART App เข้ามาแทนที่แอปพลิเคชันทั้งหมดที่เราเคยมี โดยนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์และประมวลผล big data เพื่อให้สามารถสร้างคูปองส่วนลด โปรโมชั่น สิทธิพิเศษ เสนอแนะสินค้า ที่ตรงใจลูกค้าแต่ละคน นอกจากนั้น เรายังได้เปิดตัวรีวอร์ดโปรแกรมใหม่ My Lotus’s (มายโลตัส) แทนที่โปรแกรมเดิม โดยปรับให้ประสบการณ์การใช้งาน ทั้งการสะสมและการแลก ง่ายขึ้น ทันใจขึ้น คุ้มขึ้น และตรงใจขึ้นกว่าเดิม โดยโปรแกรม My Lotus’s จะมอบความสะดวกสบายให้กับลูกค้าผ่านแอปพลิเคชันและ 100% paperless ไม่มีการส่งสเตทเม้นท์และคูปองไปยังบ้านของลูกค้า ช่วยลดการใช้ทรัพยากรและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เป้าหมายของเราคือการให้ลูกค้าทุกท่านที่ใช้บริการโลตัสเป็นสมาชิกมายโลตัส เพื่อความคุ้มค่าของทุกการใช้จ่าย นอกจากนั้น เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ดาวน์โหลด Lotus’s SMART App เราได้ร่วมมือกับศิลปิน NFT ในการสร้างชิ้นงานศิลปะที่เป็นทรัพย์สินดิจิทัล เพื่อแจกให้ลูกค้าฟรี โดยลูกค้าสามารถเริ่มเก็บ ticket บนแอปฯ ตั้งแต่ 1-30 เมษายน นี้ เพื่อแลก NFT Art”

นางวรวรรณ เพียรลิขิตวงศ์ ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาด โลตัส และ นายธรินทร์ ธนียวัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ กลุ่มโลตัสส์ เอเชีย-แปซิฟิก

นายธรินทร์ ธนียวัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ กลุ่มโลตัสส์ เอเชีย-แปซิฟิก ยกเว้นประเทศจีน กล่าวว่า “หนึ่งในเป้าหมายของโลตัสคือการขยายธุรกิจ O2O เพื่อสอดรับกับพฤติกรรมการช้อปปิ้งของลูกค้าที่เปลี่ยนไป ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย เติบโตอย่างก้าวกระโดดมาอย่างต่อเนื่อง การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ก็เป็นปัจจัยเร่งสำคัญที่ทำให้การซื้อสินค้าออนไลน์ในปี 2021 โตขึ้นกว่า 30% ทั้งจากความจำเป็นจากการปิดให้บริการของศูนย์การค้าและความกังวลของประชาชนในเรื่องสุขภาพ ในส่วนของธุรกิจออนไลน์ของโลตัสในช่วงปี 2564 ที่ผ่านมาเติบโตกว่า 250% จากปัจจัยข้างต้น ประกอบกับการขยายช่องทางและเครือข่ายการจัดส่งสินค้าให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยเป้าหมายใน 5 ปีข้างหน้า คือการเพิ่มสัดส่วนยอดขายออนไลน์ต่อธุรกิจโลตัสโดยรวม จากเลขหลักเดียว (single digit) เป็นเลขสองหลัก (double digit) ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตนี้คือ Lotus’s SMART App ที่เราได้มีการพัฒนาออนไลน์ช้อปปิ้งให้มีประสิทธิภาพและสะดวกสบายกว่าเดิมในการใช้งาน”

“จุดแข็งของธุรกิจออฟไลน์ของเราคือการมีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ เข้ามาช่วยเติมเต็มธุรกิจออนไลน์ ในการให้สาขาทั้งไฮเปอร์มาร์เก็ตและโลตัส โก เฟรช รวมกว่า 2,300 สาขา เป็นจุดกระจายสินค้า ส่งสินค้าตรงถึงมือลูกค้าได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพขึ้น ด้วยระยะทางที่ใกล้บ้านลูกค้ามากขึ้น เรามีการจับมือกับพันธมิตรแพลทฟอร์ม delivery ต่างๆ และฟลีทขนส่งของเราเอง ทำให้สามารถจัดส่งในวันเดียวกัน (same day delivery) และจัดส่งในวันถัดไป (next day delivery)

นอกจากนี้ Lotus’s SMART App ยังมีสินค้าที่หลากหลาย ทั้งอาหารสด อาหารแห้ง สินค้าอุปโภคบริโภค รวมทั้งในอนาคตยังสามารถสั่งอาหารจากร้านในพื่นที่ศูนย์การค้าโลตัส ผ่านฟังค์ชั่น Lotus’s Eat ได้อีกด้วย นับว่าเป็นจุดเด่นที่แอปพลิเคชันอื่นไม่มีครบครันเท่า และยังเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า ทุกการใช้จ่ายบนช่องทางออนไลน์ลูกค้าสามารถสะสมและแลกใช้โลตัสคอยน์ได้อย่างไร้รอยต่อภายในแอปพลิเคชันเดียว”