มีหนี้แถมติดบูโร!!บ.เอกชนเจอแบงค์ใหญ่สีลมส่อมั่วนิ่ม”ศรีสุวรรณ”ยื่นปปช.เอาผิดบิ๊กธปท.(คลิป)

อยู่ดีๆ ก็มีหนี้แถมติดแบล็คลิสต์เครดิตบูโร บ.เอกชน โวยหลังถูกพ่วงให้เป็นหนี้กับแบงค์ระดับชาติแถวสีลม ร้องธปท.ตรวจสอบกลับโดนเมิน ฝาก”ศรีสุวรรณ” ยื่นเรื่องให้ปปช.ตรวจสอบ ไล่เบี้ยเอาผิดผู้บริหารธปท.ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หวั่นกลายเป็นวิกฤติระดับชาติซ้ำรอยหนี้เสีย”ต้มยำกุ้ง”เอกชนพากันอ่วม

Advertisement

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ไต่สวนสอบสวนเอาผิดผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งมีพฤติการณ์ส่อเอื้อประโยชน์ให้กับธนาคารใหญ่ระดับชาติย่านสีลม โดยไม่สั่งให้มีการสอบสวนเอาผิด ทั้งๆที่อาจผิดต่อระเบียบด้านการทำธุรกรรมสินเชื่อได้

ทั้งนี้สืบเนื่องจากมีบริษัทเอกชน 2 บริษัทได้ร่วมกันทำกิจการร่วมค้าแล้วนำกิจการร่วมค้าไปทำธุรกรรมขอสินเชื่อกับธนาคารยักษ์ใหญ่ระดับชาติย่านสีลม แต่ปรากฏว่าธนาคารดังกล่าวกลับรายงานไปยังศูนย์ข้อมูลเครดิตว่าหนึ่งในบริษัทที่ทำกิจการร่วมค้าข้างต้น มีสินเชื่อประเภทซื้อลดตัวเงิน เป็นวงเงินกู้ร่วม มียอดหนี้ค้างอยู่กับธนาคาร 315 ล้านบาท ส่วนอีกบริษัทที่ร่วมค้าไม่ปรากฏยอดหนี้ร่วมแต่อย่างใด ทั้ง ๆ ที่บริษัทแรกดังกล่าวไม่เคยขอสินเชื่อกับธนาคารแห่งนี้แต่อย่างใด และไม่เคยทำธุรกรรมหรือนิติกรรม หรือร่วมกับบบุคล หรือนิติบุคคลอื่นในการขอสินเชื่อกับธนาคารแห่งนี้แต่อย่างใด ยอดหนี้ที่ปรากฏในศูนย์ข้อมูลเครดิต จึงเป็นหนี้ที่ไม่มีอยู่จริง ซึ่งบริษัทดังกล่าวได้ร้องไปยังแบ็งค์ใหญ่ย่านสีลมให้แก้ไขแล้ว แต่กลับไม่ดำเนินการตามที่ร้องเรียน

กรณีดังกล่าว บริษัทแรกผู้เสียหาย จึงได้ร้องเรียนไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)เพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูล สอบหาข้อเท็จจริง และดำเนินแก้ไขเพื่อให้เกิดความถูกต้องเป็นธรรมธนาคารผู้ประกอบกิจการตามพรบ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 อันอาจเป็นการกระทำโดยจงใจอย่างร้ายแรงร่วมกันกับบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ในฐานะผู้จัดเก็บข้อมูลเครดิตตามพรบ.การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ.2545 ตาม ม.16, 17 ทำให้บริษัทผู้ร้องได้รับความเสียหายและต้องเสียโอกาสในการขอสินเชื่อเพื่อดำเนินธุรกิจจากสถาบันการเงินอื่น ๆ ได้

แต่ทว่าธปท.กลับแจ้งบริษัทผู้ร้องว่า บริษัทผู้ร้องได้ชำระหนี้ปิดบัญชีให้แก่ธนาคารพิพาทแล้ว จึงไม่ติดใจประเด็นกระบวนการทำงานของธนาคารดังกล่าวอีก ทั้งๆที่ความจริงบริษัทฯไม่เคยมีการแจ้งในทางวาจาหรือลายลักษณ์อักษรว่าบริษัทฯไม่ติดใจประเด็นการทำงานของธนาคารพิพาท ตามที่ ธปท.กล่าวอ้างแต่อย่างใด ทั้งบัญชีหนี้สินดังกล่าวของธนาคารพิพาท ณ ปัจจุบันยังไม่ได้มีการปิดบัญชีแต่อย่างใดและยังคงมียอดหนี้ค้างชำระโดยมีสถานะผิดนัดชำระหนี้

นอกจากนั้น ธปท.ยังอ้างว่าไม่อาจสั่งการให้ธนาคารพิพาทที่เป็นปัญหากับผู้ร้อง นำส่งข้อมูลของบริษัทฯได้ ซึ่งขัดกับแนวนโยบาย เรื่องการทำธุรกรรมสินเชื่อ ตามหลักเกณฑ์ แนวนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยเรื่องการทำธุรกรรมสินเชื่อฯของสถาบันการเงิน ฉบับลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 ทั้งๆที่ตามกฎหมาย ธปท.มีระเบียบให้ธนาคารทุกแห่งต้องจัดเก็บแฟ้มประวัติของลูกหนี้แต่ละราย เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถตรวจสอบได้

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย

พฤติการณ์ของผู้บริหารธปท.จึงไม่น่าไว้วางใจ สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงนำความมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนสอบสวนเอาผิดผู้บริหาร ธปท.ที่เกี่ยวข้องต่อไปเพราะหากปล่อยไปอาจทำให้สถาบันการเงินทั้งระบบสั่นคลอนได้”

ด้านนายไพโรจน์ นิยมเดชา หัวหน้ากลุ่มงาน สืบสวนฯ สำนักสืบสวนฯป.ป.ช.เป็นตัวแทนรับหนังสือในครั้งนี้เปิดเผยว่า “ทางผู้บังคับบัญได้มอบหมายให้มารับเรื่องในวันนี้และประสานให้ส่วนงานที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการ ในเรืองของกฏหมายของปปช.มีระยะเวลาในการดำเนินการอยู่แล้ว คิดว่าน่าจะใช้เวลาไม่นาน ในเบื้องต้นมีกรอบการดำเนินการประมาณไม่เกิน90วัน และทางผู้บังคับบัญชาของปปช.ได้ให้ความสำคัญกับทุกเรื่องที่ยื่นมา ซึ่งในส่วนนี้ถ้าดำเนินการแล้วเสร็จก็จะเสนอคณะกรรมการ(ป.ป.ช.)พิจารณาต่อไป”