ทำความรู้จัก“ใหม่ ไกรเดช บุนนาค”ผู้สมัครชิงผู้ว่ากทม.เบอร์19เขาคนนี้มีดีไม่ธรรมดา

“นโยบายที่กล่าวไปทั้งสิ้นนั้น ไม่ใช่ นิยาย ขายฝัน เพื่อหลอก ประชาชนหวังคะแนน และที่สำคัญ การโกงประชาชน โกงชาติ คือฆาตกรฆ่าตนเอง และฆ่าสังคม ลองมาทำความรู้จักกับผมดู เข้ามาสัมผัสนโยบายของผมดูแล้วจึงพิจารณาตัดสินใจตอนเข้าคูหาครับ”

Advertisement

จากหลากหลายตัวเต็งสำหรับผู้สมัครลงชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่หลายคนก็ออกมาประกาศนโยบายเดินหน้าหาเสียงจนกลายเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง มีทั้งที่เป็น “ตัวเต็ง” และ “ม้ามืด” ที่หลายๆ คนให้ความสนใจติดตาม แต่ในมุมหนึ่งของ “ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร” ยังมีผู้สมัครอีกกลุ่ม ที่มีความน่าสนใจไม่น้อย แม้ว่าหลายคนจะมองเป็นเพียง “ไม้ประดับ” แต่หลายๆ คนก็มีนโยบาย และมีวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจ และเป็นอีกทางเลอีกหนึ่งของชาวเมืองหลวง ที่อาจจะสนใจและจะไปเป็นกำลังใจให้คะแนนในคูหา

“ใหม่ ไกรเดช บุนนาค” ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 19 จากพรรค “พลังสังคมใหม่” ก็เป็นอีกหนึ่งใน ทางเลือก และเป็นทางเลือกที่หลายคนในวงการสื่อมวลชน และ วงการดนตรีรู้จักกันมาก่อนหน้านี้เป็นอย่างดี ในฐานะบรรณาธิการข่าว อดีตนักดนตรีวงดนตรีชื่อดังเดินหน้าสู่เส้นทางการเมืองกับการสมัครเข้าชิงเก้าอี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

“กองบรรณาธิการ SBN” นำพาไปความรู้จักกับเขาคนนี้ กับเส้นทางการเดินทางสู่แวดวงการเมือง และ แนวนโยบายกับการขอโอกาสเข้าไปเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

เริ่มต้นจากเส้นทางทำไมถึงอยากเข้ามาเป็นผู้ว่าราชการกทม.?

ตั้งแต่อดีตผมก็เติบโตมากับครอบครัวตระกูลบุนนาค ผมเกิดในกรุงเทพมหานคร และมีบรรพบุรุษที่มีความผูกพันกับกรุงเทพมหานคร รวมถึงหลายคนก็เคยบริหารงานราชการที่เกี่ยวข้องกับกรุงเทพมหานคร ฉะนั้นส่วนตัวก็ย่อมจะรับรู้ปัญหาของกรุงเทพฯ ปัญหาของคนกรุงเทพฯ รวมถึงอยากสานต่องานในฐานะลูกหลานของตระกูลบุนนาค ที่เคยได้รับใช้และสร้างคุณูปการให้ประเทศชาติและชาวกรุงเพมหานคร ในอดีตมากมาหลายๆ ด้าน ซึ่งนับเป็นเกียรติประวัติที่ดีงาม

ไกรเดช บุนนาค ผู้สมัครผู้ว่ากทม. หมายเลข 19 จากพรรค พลังสังคมใหม่

เมื่อย้อนไปในสมัยยังอยู่ในแวดวงสื่อมวลชนและนักดนตรี

ในอาชีพสื่อมวลชนที่มีประสบการณ์มากกว่า 40 ปี ผมเองคลุกคลีอยู่กับการทำข่าวหลากหลายรูปแบบ เห็นเรื่องราวต่างๆ ของสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมมามาก รูปแบบอาจจะเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่ปัญหาใหญ่ๆ ไม่เคยเปลี่ยนแปลงนั่นคือการทุจริตคอรัปชั่น …ซึ่งมีรูปแบบสารพัด หลากหลายวิธีการที่ในฐานะอาชีพสื่อ มีความรู้เท่าทัน และสามารถจัดการกับปัญหานี้ได้อย่างแน่นอน

ในการเข้ามาอาสาเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในครั้งนี้ จึงได้ประกาศลั่น เป็น สโลแกน ว่า การโกงประชาชน โกงชาติ คือ มาตกร ฆ่าตนเอง อย่าเอานโยบายเป็น นิยายขายฝัน ซึ่งผมเองขอยืนยันต่อ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และ ประชาชน ว่าจะไม่มีเกิดขึ้น หากผมได้รับเลือก เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

เช่นเดียวกับอาชีพนักดนตรี และสื่อมวลชน ที่ทำให้เราได้สัมผัสกับผู้คนหลากหลาย ความเดือดร้อนของประชาชนในหลายรูปแบบ ในการอาสาเข้ามาเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในครั้งนี้จึงเป็นเรื่องของการเก็บเอาประสบการณ์ที่ผ่านมา นำเอามาพิจารณาและวิเคราะห์เพื่อแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนให้ตรงจุด และเป็นสิ่งที่สามารถทำได้จริงเพราะเรื่องความเดือดนร้อนของพี่น้องประชาชนผมเองสัมผัสมาแล้วเกือบตลอดที่ทำวิชาชีพสื่อและนักดนตรีมานานกว่าครึ่งชีวิต

เข้ามาถึงเรื่องของนโยบาย ในฐานะผู้สมัครหมายเลข 19 มีอะไรที่เป็นไฮไลท์

อันดับแรกเลยก็ต้องยืนยันในเรื่องของความซื่อสัตย์มาก่อน เพราะถ้าไม่มีความซื่อสัตย์ทุกอย่างไม่ว่าจะพูดเรื่องอะไรต่อไปก็ไม่มีความหมาย ผมยืนยันว่า ถ้าได้รับโอกาสเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะไม่ให้มีเรื่องของการคอรัปชั่นเกิดขึ้น ไม่ใช่แค่เฉพาะตัวผมที่ต้องซื่อสัตย์ แต่กับข้าราชการ กับ ผู้คนทุกระดับที่เกี่ยวพันกับตำแหน่งนี้ กับผม ก็จะต้องซื่อสัตย์มือสะอาดด้วยเช่นเดียวกัน เมื่อเจอเรื่องนี้ที่ไหนก็จะจัดการที่นั่น

โดยเฉพาะกับพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร ซึ่งที่ผ่านมาได้รับความเดือดร้อนจากหลายปัญหา ต้นเหตุที่สำคัญที่มาของความเดือดร้อนเหล่านั้นส่วนหนึ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญก็คือ เรื่องของการทุจริตคอรัปชั่นที่เกิดขึ้นทุกยุคทุกสมัย ทุกระดับ และเป็นปัจจัยของปัญหาที่ถูกสังสมมาอย่างยาวนาน

นโยบายอื่นๆ สำหรับพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวกทม.?

สิ่งที่ต้องทำก็คือนโยบายที่ให้ไว้กับประชาชน เช่น สายไฟฟ้าลงดิน ซึ่ง ดร.ติกะ บุนนาค ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญ ด้านพลังงาน ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ยืนยันเสร็จใน 4 ปี ซึ่งสามารถทำได้ และยังมีโครงการธนาคารน้ำใต้ดินเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน ทำกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางสู่ตลาดการค้าโลก ที่สำคัญสำหรับชาวกรุงเทพฯ ที่ต้องทำทันทีเช่นกัน กรุงเทพฯสีเขียว และการลดปัญหามลพิษที่ชาวกทม.ต้องเผชิญมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของชาวเมืองหลวง

นอกจากนี้ในส่วนของเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ รถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ที่ใช้น้ำมัน เปลี่ยนเป็น รถ EV เพื่อสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ สำหรับมอเตอร์ไซด์ ที่กำลังใช้หากินรับจ้างอยู่เดิมนั้น มีนโยบาย ดูแลเปลี่ยนเครื่องเดิมที่ใช้น้ำมัน มาเปลี่ยนเป็น เครื่องไฟฟ้าเพื่อประหยัดพลังงาน และ ลดมลภาวะ และ รถแท็กซี่ เรือขนส่งสาธารณะก็มีแนวคิด ปรับเปลี่ยนเป็น เรือยนต์ไฟฟ้า นี่คือ หนึ่งใน นโยบาย ของ พรรคพลังสังคมใหม่ ที่มีผู้เชี่ยวชาญในแต่ละต้าน แม้แต่ทุกคลองใน กรุงเทพฯต้อง ใสสะอาด ทั้งหมดเป็นการทำเพื่อประชาชน ชาวกรุงเทพฯโดยตรง

ในเรื่องของนโยบายด้านการศึกษา สาธารณสุขในกทม.

เรื่องของการศึกษา จริงๆ ส่วนนี้ผมให้ความเป็นสำคัญให้สำคัญเป็นอย่างมาก เพราะการศึกษาคือการพัฒนาที่ยั่งยืนที่สุด การสร้างอนาคตให้กับคนกทม.เรื่องของการศึกษาจึงเป็นเรื่องสำคัญ นโยบายที่เน้นย้ำ คือ โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร 437 แห่งก็ให้เรียนฟรี และ เต็กที่จะเข้าเรียน ไม่จำเป็นต้องมี ทะเบียนบ้านอยู่ใน กรุงเทพฯเท่านั้น เด็กต่างจังหวัด ก็สามารถมาเข้าเรียนได้ และยังไม่จำเป็นต้องโอนย้ายทะเบียนบ้านมาก่อน โดยใช้หลักเกณฑ์ สอบเข้าทุกระตับชั้นให้ได้ก่อนจึงโอนย้ายภายหลัง เพื่อความ เท่าเทียม ยุติธรรม ของเด็กไทย ทุกคน สำหรับเรื่อง สาธารณสุข ก็ได้เล็งเห็นว่า เรื่องการดูแล สุขภาพ ความ เจ็บป่วย ปฐมพยาบาล เบื้องต้นเป็นสิ่งสำคัญ อนามัย ที่สังกัดของ กรุงเทพฯ ให้ทำการเปิดบริการ ประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง แม้ว่า ประชาชน ที่มี ชื่อทะเบียนบ้านอยู่ต่างจังหวัด แต่ เจ็บป่วย ระหว่างใช้ ชีวิตในกรุงเทพฯ ก็สามารถเข้ารักษาได้ เช่นกัน

นโยบายเกี่ยวกับปัญหาด้านอื่นๆ ของชาวกทม.

เรื่องสำคัญของกทม.เลยคือการแก้ไขปัญหาด้านการจราจร อย่างที่ผมเรียนให้ทราบแล้วว่าผมทราบปัญหานี้ดีในฐานะคนเกิดในกทม.และใช้ชีวิตอยู่ในกทม. การจะแก้ไขปัญหาด้านการจราจรต้องมาดูที่ต้นเหตุ ผมเน้นย้ำแล้วว่า นโยบายของผมต้องทำได้จริง ไม่ขายฝัน ฉะนั้นจะลงไปแก้ปัญหารถติดให้หายไปก็จะต้องเริ่มต้นจากการพัฒนาโครงข่ายระบบคมนาคมให้ดีซะก่อน เพื่อให้คนหันมาใช้รถขนส่งสาธารณะ

บริการด้านขนส่งมวลชน เพื่อประชาชนจะจัดทำบริการ รถขนส่งมวลชน (ขสมก.) จะให้บริการตลอดคืน ส่วนจะเป็นเส้นทางไหนบ้างนั้นต้องขอศึกษารายละเอียดอีกครั้ง แต่ที่แน่ๆ รถไฟฟ้าบนติน หรือ ใต้ดิน หากได้รับเลือกเป็น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ค่าโดยสาร 30 บาทตลอดสาย และเปิดบริการ 24 โมง รวมถึงทำให้ครอบคลุมในหลากหลายพื้นที่และให้คนได้เข้าถึงบริการขนส่งมวลชนอย่างเป็นระบบ ตรงนี้คือจุดเริ่มต้นของการแก้ไขปัญหาการจราจร จากนั้นจึงค่อยพัฒนาปรับปรุงเรื่องของการคมนาคม ถนนในกทม.จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไข จุดตัดไฟแดงต่างๆ เพื่อลดปริมาณลดและความแออัดลง แต่ทั้งหมดจะเกิดขึ้นได้ ระบบขนส่งมวลชนจะต้องดีก่อน

เรื่องสำคัญเลยคือเรื่องของค่าครองชีพ และรายได้ของชาวกทม.นโยบายตรงนี้เป็นอย่างไร?

นอกจากนี้ในเรื่องการบรรเทาความเดือดร้อนในเรื่องของค่าครองชีพของชาวกทม.สิ่งที่จะไปแก้ไขไม่ใช่เรื่องของการไปลดราคาสินค้า หรือ เรื่องของการขนเอาสินค้าราคาถูกมาขาย แต่จะต้องสร้างงานสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และลดรายจ่ายต่างๆ ลงให้ได้มากที่สุด

อย่างเรื่องของการลดค่าโดยสารรถสาธารณะ เป็นหนึ่งในนโยบายที่มีความสอดคล้องสัมพันธ์กับเรื่องนี้โดยตรง เช่นเดียวกับนโยบายเรียนฟรี ที่จะลดเรื่องของค่าครองชีพลงอย่างเป็นรูปธรรมที่สุด ตามด้วยเรื่องของการสร้างงานสร้างรายได้ คนกทม.ต้องทำมาหากินได้สะดวก ใครอยากขายของต้องได้ขาย ต้องจัดระเบียบพื้นที่ให้ได้ขายของโดยมีค่าพื้นที่ราคาถูก พื้นที่กทม.มีตั้งมากมาย ตรงนี้พัฒนาเป็นตลาด เป็นแผงค้าได้สบายๆ โดยไม่สร้างผลกระทบให้กับผู้สัญจรไปมา แต่ที่ผ่านมาไม่ค่อยมีใครในใจ ในส่วนของพื้นที่ๆ เป็นของหน่วยราชการ ในฐานะผู้ว่ากทม.ต้องช่วยประสาน ให้เกิดการสร้างงาน

บางแห่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้ เมื่อมีสถานที่ท่องเที่ยว ก็จะมีแหล่งสร้างรายได้ ตรงนี้แหละคือหัวใจที่จะทำให้กทม.ทั้งน่าอยู่ ทั้งเป็นเมืองการค้า เมืองแห่งการท่องเที่ยว และขณะเดียวกันก็เป็นแหล่งรายได้ให้กับชาวกทม.และพี่น้องจากต่างจังหวัดที่เข้ามาอยู่มาทำมามาหากินในกทม.

สรุปนโยบายในฐานะผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ หมายเลข 19

ก็ทั้งหมดนี้คือนโยบายหลักๆ แต่ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยลงไปอีกหลายเรื่อง รวมถึงเรื่องของการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาอย่างกรณีโควิด-19 หรือเรื่องของการประสานงานทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ รวมถึงรัฐบาล ซึ่งอยากให้ทุกคนลองเข้ามาทำความรู้จักกับผม ไกรเดช บุนนาค ก่อน เข้ามาสัมผัส มารับรู้แนวนโยบาย ที่เน้นย้ำแล้วว่า นโยบายที่กล่าวไปทั้งสิ้นนั้น ไม่ใช่ นิยาย ขายฝัน เพื่อหลอก ประชาชน หวังคะแนน และที่สำคัญ การโกงประชาชน โกงชาติ คือฆาตกรฆ่าตนเอง และฆ่าสังคม ลองมาทำความรู้จักกับผมดู เข้ามาสัมผัสนโยบายของผมดูแล้วจึงพิจารณาตัดสินใจตอนเข้าคูหาครับ