“สว.ธานี” รับเคยสนิท สตท.หญิง ยันไม่เคยใช้ตำแหน่งสว.ดันเข้ารับราชการ

“ส.ว.ธานี” แจงปม “สตท.หญิง” รับเคยสนิทแต่ไม่ได้ติดต่อนานแล้ว ยืนยันไม่เคยใช้ตำแหน่ง ส.ว.ให้เข้ารับราชการ ไม่เกี่ยวข้องการทำร้ายร่างกาย ขณะที่ กมธ.ป.ป.ช. จ่อเรียก “ธานี-พัชรวาท-ศิษฐวัชร” ชี้แจงปมแต่งตั้ง ส.ต.ท.หญิง เข้ารับราชการ ยันต้องให้ความกระจ่างแก่สังคม ลั่นทลายรังบัญชีผี

Advertisement

ที่รัฐสภา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก. ในฐานะ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกันแถลงกรณีการแต่งตั้ง ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ บัวแย้ม และ ส.ท.หญิง ปัทมา ศิริรัตน์ เข้ารับราชการทหาร และให้ไปช่วยราชการที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า โดยมิชอบ และยังมีชื่อเป็นผู้ช่วย ส.ว.คนหนึ่ง รวมทั้งยังได้รับการแต่งตั้งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ใน กมธ.การกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

นายธีรัจชัย กล่าวว่า กรณีดังกล่าว กมธ.ได้มอบหมายให้ตนเป็นเจ้าของเรื่องให้รับผิดชอบตรวจสอบเรื่องนี้ และคณะอนุ กมธ.คณะที่ 2 ได้ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น โดย พล.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.) ในฐานะประธาน กมธ.กำชับให้ทำเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา และไม่ให้ทำเฉพาะคดีทำร้ายร่างกาย แต่ให้ทำไปถึงโครงสร้างของตำรวจและทหาร ทั้งนี้ สิ่งที่ กมธ.ได้ตรวจพบหลังจากที่ข่าวออกมาว่ามีรายชื่อที่วัดแห่งหนึ่งโดยมีชื่อของ ส.ว.ปัจจุบันกับ ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ บัวแย้ม เป็นผู้ร่วมกันในการทำบุญ ซึ่งชื่อเปิดเผยออกมาแล้ว แต่ชื่อดังกล่าวบังเอิญไปตรงกับอดีต สนช. ซึ่งเป็น กมธ.การกฎหมาย สนช.ที่เกี่ยวข้องกับคดีกับ นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส กระทิงแดง จนต่อมามีคำสั่งแต่งตั้ง ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ประจำ กมธ.การกฎหมาย สนช. ลงชื่อโดย พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ

นายธีรัจชัยกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ กระบวนการรับบุคคลเข้ารับราชการตำรวจนั้นเป็นไปโดยชอบหรือไม่ เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการยกเว้นเกณฑ์การบรรจุแต่งตั้งที่จะต้องมีอายุไม่เกิน 35 ปี โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) อ้างว่าวุฒิ ปวส.ด้านบัญชีเป็นคุณวุฒิที่ขาดแคลน และได้รับคำสั่งให้ไปช่วยราชการใน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า สามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเป็นจริงหรือไม่ เพราะจากข้อมูลที่เปิดเผยออกมามีการให้การจากผู้เสียหายในคดีทำร้ายร่างกายว่า ส.ต.ท.ท่านนี้พักอาศัยอยู่ที่ จ.ราชบุรี ตลอดไม่ได้ไปปฏิบัติราชการในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในขณะที่ยังมีชื่อช่วยราชกา รและได้สิทธิต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยเลี้ยง เบี้ยเสี่ยงภัย อายุราชการที่ทวีคูณ

นายธีรัจชัย กล่าวด้วยว่า ซึ่งข้อสงสัยเหล่านี้เป็นสิ่งที่สังคมตั้งข้อสงสัย เพราะมีสิ่งที่เราเรียกว่าบัญชีผี หรือตัวบุคคลที่ไม่ได้ปฏิบัติราชการจริง แต่มีชื่อรับราชการ รับเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ต่างๆ อยู่หรือไม่ และจากกรณีนี้ทำให้เราตั้งข้อสงสัยว่า ส.ว.ที่หลายท่านมีผู้ช่วย ผู้ประสานงานเป็นตำรวจและทหาร จะรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับข้อสงสัย บัญชีผีเหล่านี้หรือไม่ โดยเพื่อให้ความกระจ่างแก่สังคม กมธ.ได้มีมติเชิญบุคคลเข้ามาให้ข้อมูลและชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้ ประเด็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะ 3 รายชื่อที่เป็นผู้เกี่ยวข้องโดยตรง ได้แก่ 1.นายธานี อ่อนละเอียด ส.ว. 2.พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ ส.ว. ในฐานะอดีตประธาน กมธ.การกฎหมาย สนช.ที่ลงชื่อแต่งตั้ง ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ เป็นที่ปรึกษา กมธ.การกฎหมาย สนช. และ 3.พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต กมธ.การกฎหมาย สนช.

“โดยรายชื่อบุคคลที่จะเชิญมาชี้แจงใน กมธ.ป.ป.ช.มีจำนวน 20 กว่าคน โดยจะเชิญ ส.ท.หญิง ปัทมา ศิริรัตน์ ซึ่งเป็นผู้เสียหายมาให้ข้อมูลก่อนในวันที่ 8 กันยายนนี้ และยืนยันว่า กมธ.สามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด ทั้งความรับผิดชอบทางการเมือง และความรับผิดชอบทางกฎหมาย เช่น การแต่งตั้งโดยมิชอบ เมื่อเสร็จสิ้นแล้วจะรายงานให้ประชาชนทราบต่อไป” นายธีรัจชัยกล่าว

ต่อมานายธานี อ่อนละเอียด สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ออกเอกสารชี้แจง ระบุว่า 1.ผม นายธานี อ่อนละเอียด ประกอบอาชีพทนายความ ตั้งแต่ ปี 2521 สถานะโสด โดยได้หย่าร้างมาเป็นเวลาเกือบ 30 ปีแล้ว 2.ตามที่ปรากฎเป็นข่าว มีการทำร้ายร่างกายกันของผู้หญิงสองคน โดยได้มีการดำเนินคดีกันที่ศาลจังหวัดราชบุรี ข่าวดังกล่าวเป็นข้อพิพาทของบุคคล 2 คน ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นเป็นใจต่อการกระทำดังกล่าว

3.ผมเคยรู้จัก และเคยสนิทสนมกับตำรวจหญิงตามที่เป็นข่าว แต่ได้ขาดการติดต่อกันมานานแล้ว ผมเพิ่งทราบจากสื่อว่า ปัจจุบันว่า ตำรวจหญิงได้คบหากับชายที่ปรากฎในข่าว ดังนั้นการเสนอข่าวใด ๆ สื่อควรจะคำนึงถึงสิทธิ เสรีภาพของสตรี และควรคำนึงถึงเส้นแบ่ง ไม่เข้าไปก้าวล่วงเรื่องส่วนตัวของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ

4.ผลที่เกิดขึ้นจากการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนต่าง ๆ และคำกล่าวอ้างที่หาว่าผมใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ อันก่อให้เกิดความเสียหายต่อหลายสถาบัน หลายองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถาบันวุฒิสภา คงต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบจริยธรรมของวุฒิสภา และคณะกรรมการ ป.ป.ช.ดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ และผมพร้อมแสดงข้อเท็จจริงต่อกระบวนการในการตรวจสอบ และหากคณะกรรมการตรวจสอบจริยธรรมของทั้งสองหน่วยงาน ได้มีมติเป็นประการใด ผมก็พร้อมน้อมรับคำวินิจฉัยนั้น ซึ่งสื่อมวลขนต่างๆ ก็คงจะได้ทราบถึงข้อเท็จจริง และผลการวินิจฉัย และกระบวนการสอบสวนเช่นนี้ใช้ระยะเวลาไม่นาน 5.ผม ไม่ได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบตามข้อกล่าวหา หน่วยงานดังกล่าวล้วนแต่มีระเบียบข้อบังคับในการแต่งตั้ง โยกย้าย

อนึ่ง สื่อมักจะเสนอข่าวในทางเสียหายเกี่ยวกับคดี บอส อยู่วิทยา ผมขอเรียนย้ำอีกครั้งว่า เรื่องคดี บอส อยู่วิทยา เป็นเรื่องการร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการสมัย สนข. ซึ่งเรื่องร้องเรียนครบตามองค์ประกอบของการร้องเรียน คณะกรรมาธิการก็ต้องรับเรื่องไว้พิจารณาดำเนินการ สอบหาข้อเท็จจริงและสรุปเรื่องราว เพื่อส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ เมื่อส่งไปแล้ว ปรากฏว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแล้วแจ้งว่า ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำสั่ง ย่อมเป็นที่ยุติ และขอเน้นย้ำว่า หลังจากนั้นคณะกรรมาธิการไม่ได้เข้าไปเกี่ยวแต่อย่างใด ขอความกรุณาสื่อมวลชน ไม่ควรเสนอข่าวในทำนองที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อคณะกรรมาธิการหรือตัวกระผม
ท้ายนี้หากมีความคืบหน้าประการใด ผมจะแถลงต่อสื่อมวลชนต่อไป โดยผมได้ให้ทีมงานติดตามโพสต์ทุกโพสต์ เพจทุกเพจ สื่อทุกสื่อ เพื่อดำเนินการไปตามความเหมาะสมต่อไป จึงเรียนมาเพื่อทราบ นายธานี อ่อนละเอียด