“ครม.ป้อม” ลดแลกแจกแถม อุ้มค่าไฟฟ้า-ยืดลดภาษีดีเซล-ขึ้นค่าแรง

ครม. ไฟเขียวงบกลาง 9,000 ล้าน ลดค่าไฟฟ้าครัวเรือนใช้ไม่เกิน 500 หน่วยต่อเดือน ยาวถึงสิ้นปี พร้อมขยายเวลาปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลิตรละ 5 บาท ออกไปอีก 2 เดือน เคาะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำชลบุรี ระยอง ภูเก็ตสูงสุด 354 บาท ส่วนกรุงเทพและปริมณฑล อยู่ที่ 353 บาท

Advertisement

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่า FT งวดใหม่ โดยการ ลดค่าไฟฟ้า ให้กับครัวเรือนที่ใช้ไฟไม่เกิน 500 หน่วยต่อเดือน 2 กลุ่ม ซึ่งจะใช้เงินงบกลางประมาณ 9,000 ล้านบาท เป็นงบผูกพันปี 2565-2566

“หลังจากผ่านการเห็นชอบจากครม.แล้วการเริ่มต้น ลดค่าไฟฟ้า น่าจะเริ่มได้ทันในบิลค่าไฟฟ้าเดือนกันยายน 2565 นี้ เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบให้กับครัวเรือนที่มีรายได้น้อยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกินจากกรอบที่กำหนดไว้ ส่วนในช่วงต่อไปหลังจากหมดมาตรการแล้ว ก็คงต้องมาดูกันต่อไปว่าจะทำยังไง เพราะตอนนี้ราคาพลังงาน โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ ยังมีแนวโน้มสูง”

สำหรับมาตรการช่วยเหลือด้วยการ ลดค่าไฟฟ้า ครั้งนี้ ประกอบด้วย กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน โดยให้ส่วนลดค่าไฟฟ้า 92.04 สตางค์ต่อหน่วย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยลดภาระค่าครองชีพของผู้ใช้ไฟฟ้าเป็นเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือนกันยายน – ธันวาคม 2565 กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าที่ใช้ไฟฟ้าระหว่าง 301 – 500 หน่วยต่อเดือน โดยให้ส่วนลดจากการเพิ่มขึ้นของค่า FT เดือนกันยายน – ธันวาคม 2565 แบบขั้นบันได 15 – 75%

ทั้งนี้ การดำเนินมาตรการตามแนวทางช่วยเหลือ ลดค่าไฟฟ้า กลุ่ม (1) และ (2) ซึ่งเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จะครอบคลุมผู้ใช้ไฟฟ้าประมาณ 80% ของผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ หรือคิดเป็น 89% ของผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย รวมทั้งจะดำเนินการให้ครอบคลุมบ้านที่อยู่อาศัยที่เป็นผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อยของ กฟผ. และผู้ใช้ไฟฟ้าของกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือด้วย

นายสุพัฒนพงษ์ ยืนยันว่า สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือเรื่องการประหยัดพลังงาน ที่ผ่านมาได้เดินสายพูดเรื่องของการขอคงวามร่วมมือคนไทยช่วยกันประหยัดพลังงาน หากประหยัดลงได้ 10-20% ก็ช่วย ลดค่าไฟฟ้า ลงได้มาก และจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ แต่อย่างไรก็ดีเรื่องของสถานการณ์พลังงานตอนนี้รัฐบาลก็ยังต้องติดตามใกล้ชิด เพราะแนวโน้มราคายังคงสูงอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 5 บาท ออกไปอีก 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2565 ถึง 20 พฤศจิกายน 2565 และเห็นชอบให้ขยายเวลาจัดเก็บภาษีสรรพสามิตอัตราศูนย์สำหรับน้ำมันดีเซล (บี0) และน้ำมันเตาที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด ออกไปอีก 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2565 ถึง 15 มีนาคม 2566เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจในช่วงที่ราคาเชื้อเพลิงต่าง ๆ ในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังมีมติอนุมัติการกำหนดอัตรา ค่าจ้างขั้นต่ำ ปี 2565 ตามที่กระทรวงแรงงาน เสนอ เพื่อให้เป็นไปตามมติคณะกรรมการค่าจ้าง มีอัตราค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 337 บาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 5.02% โดยค่าจ้างขั้นต่ำสูงสุดที่ 354 บาท ขั้นตอนต่อจากนี้ จะประกาศเพื่อให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ยังเห็นชอบการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ประจำปี 2565 ตามที่คณะกรรมการค่าจ้าง และกระทรวงแรงงานได้มีการพิจารณาและเสนอ ครม.เห็นชอบ

โดยเป็นการปรับขึ้นประมาณ 5% ซึ่งแบ่งเป็น 9 อัตรา ได้แก่ 1. ค่าจ้าง 354 บาท มี 3 จังหวัด ชลบุรี ระยอง และภูเก็ต 2. ค่าจ้าง 353 บาท มี 6 จังหวัด กรุงเทพมหานคร นนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร 3. ค่าจ้าง 345 บาท มี 1 จังหวัด ฉะเชิงเทรา 4. ค่าจ้าง 343 บาท มี 1 จังหวัด พระนครศรีอยุธยา 5. ค่าจ้าง 340 บาท มี 14 จังหวัด ปราจีนบุรี หนองคาย อุบลราชธานี พังงา กระบี่ ตราด ขอนแก่น เชียงใหม่ สุพรรณบุรี สงขลา สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา ลพบุรี และสระบุรี 6. ค่าจ้าง 338 บาท มี 6 จังหวัด มุกดาหาร กาฬสินธุ์ สกลนคร สมุทรสงคราม จันทบุรี และนครนายก 7. ค่าจ้าง 335 บาท มี 19 จังหวัด เพชรบูรณ์ กาญจนบุรี บึงกาฬ ชัยนาท นครพนม พะเยาสุรินทร์ ยโสธร ร้อยเอ็ด เลย พัทลุง อุตรดิตถ์ นครสวรรค์ ประจวบคีรีขันธ์ พิษณุโลก อ่างทอง สระแก้ว บุรีรัมย์ และเพชรบุรี 8. ค่าจ้าง 332 บาท มี 22 จังหวัด อำนาจเจริญ แม่ฮ่องสอน เชียงราย ตรัง ศรีสะเกษ หนองบัวลำภู อุทัยธานี ลำปาง ลำพูน ชุมพร มหาสารคาม สิงห์บุรี สตูล แพร่ สุโขทัย กำแพงเพชร ราชบุรี ตาก นครศรีธรรมราช ชัยภูมิ ระนอง และพิจิตร 9. ค่าจ้าง 328 บาท มี 5 จังหวัด ยะลา ปัตตานี นราธิวาส น่าน และอุดรธานี