ปิดฉาก ศบค. ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน 30 ก.ย.นี้

ปิดฉาก ศบค. ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน 30 ก.ย.นี้ หลังประกาศยกเลิกโควิดเป็นโรคติดต่ออันตราย เหลือแค่เฝ้าระวัง คาดจากนี้พบการระบาดแบบ Small Wave

Advertisement

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) แถลงภายหลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ว่า วันนี้มีประมาณ 3 ประเด็น คือ 1. เรื่องการขยายประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดดีขึ้นทั่วโลก ทั้งผู้ป่วยรายใหม่และผู้เสียชีวิตลดลง ประชาชนและผู้ประกอบการดำเนินชีวิตตามปกติแล้ว ขณะที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ปรับโควิดเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง มีการทำกรอบนโยบายรองรับแล้ว ดังนั้น มติที่ประชุมจึงให้ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ลงวันที่ 24 มี.ค. 2563 และขยายระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฯ คราวที่ 19 ลงวันที่ 27 ก.ค. 2565 รวมทั้งข้อกำหนด ประกาศ คำสั่งที่นายกรัฐมนตรีและ ครม.ใช้อำนาจประกาศฉุกเฉินทั้งหมด มีผลวันที่ 30 ก.ย. 2565 เป็นต้นไป ไม่ขยายแล้ว ถือเป็นการสิ้นสุด ศบค.

“ปลัด สธ.รายงานสถานการณ์โควิด โดยวันนี้มีผู้ป่วยรายใหม่ 752 ราย เสียชีวิตต่ำสิบคือ 9 ราย การคาดการณ์สถานการณ์ปัจจุบันทั้งผู้ป่วยรายใหม่ ใส่ท่อช่วยหายใจ และเสียชีวิตต่ำกว่าเส้นคาดการณ์สีเขียว โดย สธ.คาดการณ์ว่าหลังจากนี้ผู้ป่วยรายใหม่ปี 65-66 อาจมี Small Wave คลื่นลูกเล็กตามสถานการณ์ เสียชีวิตน่าจะต่ำหลักสิบ จึงขอเน้นย้ำให้เข้มเรื่องของการป้องกันตนเอง” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สอดคล้องกับผู้มาท่องเที่ยวในไทยขึ้นมา 5.2 ล้านกว่าคนจาก 4 แสนกว่าคนจากปี 2564 รายได้ตั้งแต่ 1 ม.ค. – 21 ก.ย. รวมกว่า 2 แสนกว่าล้านบาท โดยมาเลเซียเข้ามาทางบกมากสุด อินเดียเข้ามาทางอากาศมากที่สุด คนไทยเที่ยวไทยกันเองช่วยได้ถึง 4 แสนกว่าล้านบาท รวมรายได้ 6 แสนกว่าล้านบาทแล้ว ก็จะเพิ่มตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศ 2 ฉบับ ซึ่งได้เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 65 ประกอบด้วย 1) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2563 พ.ศ. 2565 และ 2) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2565 โดยประกาศทั้ง 2 ฉบับจะมีผลยกเลิกโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 จากโรคติดต่ออันตราย แล้วกำหนดให้เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 65 เป็นต้นไป

โดยการยกเลิกโควิด-19 จากโรคติดต่ออันตรายนี้ เนื่องมาจากสถานการณ์การระบาดทั่วโลก มีแนวโน้มจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและอัตราการเสียชีวิตลดลง การแพร่ระบาดและความรุนแรงของโรคในต่างประเทศก็มีแนวโน้มลดลง ประกอบกับจำนวนวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในประเทศมีเพียงพอกับความต้องการ ขณะที่ประชาชนได้รับวัคซีนในระดับความครอบคลุมสูง มีภูมิคุ้มกันโรคเพิ่มขึ้น จึงสมควรปรับมาตรการทางกฎหมายให้สอดคล้องกับการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ในประเทศและสถานการณ์ปัจจุบัน