3 นิคมอุตสาหกรรมกรุงเก่าเสี่ยงจมบาดาล ก.อุตฯเร่งกนอ.ป้องกันเต็มที่

ก.อุตฯ-กนอ.เฝ้าระวังเป็นพิเศษ 3 นิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เสี่ยงจมบาดาล เร่งพร่องน้ำติวเข้มระบบป้องกัน พร้อจับตาใกล้ชิด

Advertisement

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า กนอ.ยกระดับการเตือนภัยเป็นระดับ 2 (เฝ้าระวัง) หลังมีการเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา และเขื่อนพระราม 6 รวมถึงมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นทั้งภายในและภายนอกนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 3 แห่ง ประกอบด้วย นิคมอุตสาหกรรมนครหลวง นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน และนิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า โดยที่นิคมอุตสาหกรรมนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ร่วมด้วย มีระดับน้ำห่างจากหลังคันป้องกันน้ำท่วมนิคมฯ ประมาณ 2.86 เมตร

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)

ส่วนที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำภายนอกแนวป้องกัน (แม่น้ำเจ้าพระยา) เมื่อเทียบกับความสูงของเขื่อนป้องกันน้ำท่วมแล้ว ยังคงเหลือระยะห่างจากสันเขื่อนอยู่ 2.16 เมตร โดยระดับน้ำที่ไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่อำเภอบางปะอิน อยู่ที่ 3,587 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ระดับน้ำภายในแนวป้องกัน (ประตูคลองจิก) เมื่อเทียบกับระดับถนนอุดมสรยุทธ์ภายในนิคมฯ ยังมีระยะห่างอยู่ที่ประมาณ 1.66 เมตรขณะที่นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำภายนอกแนวป้องกัน (แม่น้ำเจ้าพระยา) ระดับน้ำห่างจากหลังคันป้องกันน้ำท่วมนิคมฯ ประมาณ 1.70 เมตร โดยมีปริมาณอัตราการระบายน้ำอยู่ที่ 3,218 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

นายวีริศ กล่าวว่า ทั้ง 3 นิคมฯ ยังมีศักยภาพในการรับมือและป้องกันสถานการณ์น้ำท่วมได้เป็นอย่างดี แต่การยกระดับการเตือนภัยนั้นเพื่อเป็นการเฝ้าระวัง เตรียมความพร้อม และเป็นการไม่ประมาท เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยทั้ง 3 นิคมฯ มีการตรวจวัดระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการตรวจสอบอุปกรณ์เครื่องสูบระบายน้ำให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา

นอกจากนี้ ยังมีการพร่องน้ำรักษาระดับไว้ที่ประมาณ 50% ตามสถานการณ์ปัจจุบัน ขณะเดียวกันได้ให้ทั้ง 3 นิคมฯ ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของคันป้องกันน้ำท่วมรอบนิคมฯ เป็นประจำด้วย รวมทั้งติดตามการพยากรณ์อากาศ ระดับน้ำ การระบายน้ำจากเขื่อนต่างๆ จากกรมชลประทานอย่างต่อเนื่อง

“มั่นใจว่า มาตรการที่ดำเนินการทั้งหมด จะสามารถรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งผลกระทบต่อชุมชนรอบนิคมฯ และผู้ประกอบการให้น้อยที่สุด โดย กนอ.พร้อมดูแลชุมชนที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างดี”

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม

ด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ กนอ. เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมโซนจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทั้ง 3 แห่งอย่างใกล้ชิด เนื่องจากตามที่กรมชลประทานได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำเพื่อควบคุมปริมาณน้ำในเขื่อนเจ้าพระยา และเขื่อนพระราม 6 โดยทยอยปรับเพิ่มจาก 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้พื้นที่ริมแม่น้ำถึงเขื่อนพระราม 6 พื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น 0.40-1.00 เมตร และมีปริมาณน้ำไหลผ่านอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อยู่ในเกณฑ์ 3,300-3,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมทั้งเตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ได้รับรายงานจาก กนอ. ว่า มีการยกระดับการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 3 แห่งเพิ่มขึ้นแล้ว