ทางเลือกใหม่พรรคไทยก้าวหน้าเปิดตัวชูนโยบายกองทุนแก้จนชุมชนละล้าน แก้บูโร ล้างหนี้ขรก.เกษียณ

ดร.วัชรพล บุศมงคล หัวหน้าพรรคไทยก้าวหน้า

รู้จักไว้ไม่เสียหาย!! เปิดตัว “พรรคไทยก้าวหน้า” พร้อมชูนโยบายเน้นแก้ไขปัญหาหนี้สินปากท้องประชาชน กองทุนแก้จนหมู่บ้านละล้าน แก้เครดิตบูโร ล้างหนี้ขรก. พร้อมอัพเกรดอาชีพยามให้มีเกียรติมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น

Advertisement

ดร.วัชรพล บุศมงคล หัวหน้าพรรคไทยก้าวหน้า พร้อมด้วย นางกรองทอง คลังแก้ว รองหัวหน้าพรรคฯ และ นายยุทธนา รักชลธี ว่าที่รองหัวหน้าพรรคฯ ได้ร่วมกันเปิดสำนักงานตัวแทนพรรคไทยก้าวหน้า ประจำ จ.กาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ 1 โดยมีสมาชิกพรรคเข้าร่วมประชุมเลือกตัวแทนประจำจังหวัดเขตเลือกตั้งที่ 1 กว่า 100 คน โดยมีคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดกาฬสินธุ์สังเกตการณ์

หัวหน้าพรรคไทยก้าวหน้า กล่าวว่า วันนี้รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาตั้งตัวแทนพรรคที่จังหวัดนี้ โดยเฉพาะในฐานะที่เป็นคนทีนี่ และมีโอกาสได้มาดูแลพี่น้องประชาชนในถิ่นเกิด รวมถึงประเทศชาติ ซึ่งขณะที่ทุกท่านคงทราบดีว่าปัญหาประเทศชาติจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน ปัญหายาเสพติด ความรุนแรงในสังคม รวมไปถึงการทุจริตคอรัปชั่น แต่ที่สำคัญที่สุดคือปัญหาปากท้องของพี่น้องประขาชน ให้มีความเป็นอยู่มีดีขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ในภาพรวมเราจะทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เน้นการมีส่วนร่วม ทำการเมืองแบบไม่ซื้อสิทธิขายเสียง ปราศจากคอรัปชั่น เป็นอีกพรรคที่เป็นทางเลือกในการเปลี่ยนแปลง สังคม และประขาชน ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ประเทศชาติควรมีพรรคการเมืองที่คิดใหม่ทำใหม่ ให้ประเทศชาติพัฒนา ซึ่งเราขอเป็นอีกหนึ่งในตัวเลือก แม้เราจะเป็นพรรคการเมืองใหม่ แต่ก็มีความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานเพื่อสังคม แม้ที่ผ่านมานโยบายแก้ปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชนจะเป็นนโยบายหลักของหลายพรรค แต่พรรคเราก็ยังคงยึดมั่นที่จะแก้ปัญหานี้เป็นลำดับแรก รวมไปถึงปัญหาเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา โดยนโยบายแรกพรรคจะจัดตั้งกองทุนแก้จน เพราะขณะนี้รายได้ของประชาชนภาพรวมยังถือว่าต่ำ รวมถึงการมีอาชีพ การมีงานทำอย่างยั่งยืน ซึ่งถ้าเราสามารถจัดตั้งกองทุนแก้จนหมู่บ้านหรือชุมชนละ 1 ล้านบาทได้ เพื่อนำมาสร้างงานสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชนได้อย่างยั่งยืน โดยมีการบริหารจัดการที่ไม่ผิดพลาด ปัญหาต่างๆ ก็จะได้รับการแก้ไข ที่สำคัญคนในพื้นที่ก็ไม่ต้องไปทำงานในเมืองใหญ่หรือกรุงเทพฯ เกืดความยั่งยืนทั้งในเรื่องของรายได้ และความอบอุ่นในครอบครัว

สำหรับในเรื่องของหนี้สิน พรรคเล็งเห็นถึงปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย เราก็จะมุ่งเน้นให้คนเหล่านี้เข้าถึงแหล่งทุน สามารถกู้ยืมเงินได้ ฉะนั้นจะมุ่งเน้นผลักดันในเรื่องของการแก้ไขเรื่องของเครดิตบูโร เช่น อาจปรับเปลี่ยนหรือตัดระบบเครดิตบูโร รวมถึงลดดอกเบี้ย โดยเฉพาะข้าราชการเกษียณ ที่มีหนี้ค่อนข้างเยอะ ฉะนั้นภายใน 3 ปี เราจำเป็นต้องช่วยเหลือข้าราชการกลุ่มนี้

ดร.วัชรพล บุศมงคล หัวหน้าพรรคไทยก้าวหน้า

ส่วนปัญหาสังคม โดยเฉพาะยาเสพติด ที่เป็นปัญหาสำคัญ จำต้องป้องกันและปราบปรามตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล จังหวัด โดยจำกัดเรื่องของการนำเข้าสารตั้งต้น รวมถึงมาตรการในการเพิ่มโทษ เอาผิด ผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นการลดความรุนแรงในสังคมไปอีกทาง รวมทั้งช่วยให้เยาวชนมีคุณภาพมากขึ้น

ขณะที่นโยบายการศึกษา อาจต้องปฎิรูปการศึกษาให้การศึกษาสั้นลง เช่น อาจลดการเรียนการสอนชั้นประถม มัธยม อุดมศึกษา ลงอย่างละ 1 ปี เพื่อลดในเรื่องของการเรียน มาเรียนออนไลน์ เรียนรู้การใช้ชีวิตในสังคม หรือเรียนรู้ในด้านอื่น ในระยะเวลาที่ลดเวลาลงไป อันจะเป็นการนำคนเข้าสู่ตลาดแรงงานได้เร็วขึ้น เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนแรงงาน เพื่อให้เศรษฐกิจไทยทัดเทียมกับนานาอารยะประเทศ

ทั้งนี้พรรคฯ ตั้งใจส่งผู้สมัครให้มากที่สุด อย่างน้อยจะส่ง 300 เขต เพราะพรรคฯ ไม่ได้เน้นเรื่องของปริมาณ แต่เน้นที่อุดมการณ์ มีแนวคิดเดียวกัน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ที่มีแนวคิดสร้างสรรค์ ให้เป็นต้นกล้าทางการเมือง แม้ครั้งนี้จะยังไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากนัก ด้วยความเป็นพรรคใหม่ แต่แนวคิดของต้นกล้าก็จะเจริญงอกงามต่อไปเป็นต้นพ่อต้นแม่ ที่พร้อมจะผลิดอกออกผลเป็นต้นกล้ารุ่นต่อไปของพรรคไทยก้าวหน้าในอนาคต

“เราไม่ได้หวังจะเป็น ส.ส.อย่างเดียว แต่เราจะเป็นที่พึ่งที่หวังให้กับประชาชน อาจเป็นพรรคนอกสภา ที่นำเสนอปัญหาไปสู่การแก้ไขได้ เพื่อให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลง อันจะนำพานโยบายที่มีประโยชน์ของพรรคไปสู่การปฎิบัติได้จริง นักการเมืองเก่าอาจเอาต้นทุนเก่า ชื่อเสียงเก่า แต่อาจไม่ทำงาน แต่เราจะแสกนทุกปัญหา ลงไปคลุกกับทุกปัญหาในพื้นที่ โดย พ.ย.จะมีการเปิดตัวพรรคอย่างเป็นทางการ จะมีการเปิดตัวบิ๊กเนมที่เป็นที่รู้จักของสังคม และโดดเด่นในแต่ละพื้นที่ และได้ผู้สมัครครบทุกจังหวัดภายใน ธ.ค.นี้”

หัวหน้าพรรคไทยก้าวหน้า กล่าวในตอนท้ายว่า เราจะเป็นพรรคตัวแทนของคนทุกภาคทั้งประเทศ ทุกสาขาอาชีพ โดยเฉพาะกับพี่น้องแรงงาน ที่ขาดการเอาใจใส่ สวัสดิการ สวัสดิภาพ ความเป็นอยู่ ยังไม่ดีพอ ในฐานะที่เป็นนายกสมาคมผู้ประกอบการรักษาความปลอดภัยแห่งประเทศไทย ดูแลเรื่องนี้มา 30 ปี คนเหล่านี้คือผู้ปิดทองหลังพระ ถูกสังคมดูหมื่นดูแคลน เราต้องยกระดับเขา เพราะอาชีพเขามีความสำคัญมาก จึงจำต้องยกระดับอาชีพนี้ให้เป็นอาชีพที่มีลักษณะพิเศษ มีความสำคัญมากกับสังคม เศรษฐกิจและรัฐบาล เสมือนเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ เราจะพัฒนาอาชีพนี้ให้มีรายได้ มีสวัสดิการที่ดี ให้เป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่อย่างแท้จริง ให้สังคมยอมรับมากขึ้น