“ข้าวรักษ์โลก”สู่เวที APEC 2022 แบบพรีเมี่ยมเกรด ผลผลิตจาก BCG โมเดลเทรนด์เกษตรแห่งอนาคต

“ข้าวรักษ์โลก”ผลิตผลพรีเมี่ยม จากแผยสร้างเกษตรแนวใหม่ BCG MODEL อวดโฉมเวทีประชุม APEC2022 เทรนด์เกษตรแห่งอนาคต ยกระดับคุณภาพ ผลผลิต สู่การยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร

Advertisement

หลังการเปิดตัว “ข้าวรักษ์โลก”สู่ผลิตภัณฑ์พรีเมี่ยม เพื่อเป็นผลลัพธ์เชิงประจักษ์สู่สากลในเวที่ APEC2022 โดยนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กับแนวคิดการผลิตข้าวแนวใหม่ของชาวนาไทย กับโครงการข้าวรักษ์โลก หรือ BCGโมเดล ซึ่งเป็นความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งสมาคมพัฒนาเศรษฐกิจเกษตรรักษ์โลก ผู้ดำเนินการและดูแล สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ รวมถึงกรมการข้าว และสำนักนายกรัฐมนตรี ผ่าน นายอนุชา นาคาศัย รมว.ประจำสำนักฯ ที่ให้การสนับสนุน

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว

กลายมาเป็น “ข้าวรักษ์โลก” ซึ่งเป็นที่ภาคภูมิใจ ทั้งในเรื่องของแนวคิดการผลิตข้าวยุคใหม่ ลดต้นทุน เอื้อสิ่งแวดล้อม ปรับสภาพดิน และสร้างสมดุลให้กับระบบนิเวศน์ อีกทั้งยังเป็นนวัตกรรมการผลิตข้าว ที่สนองตอบต่อความต้องการของตลาด รองรับกับความต้องการของผู้ซื้อทั้งในเรื่องของคุณภาพ และปริมาณ

โดยโครงการดังกล่าวเป็นโครงการนำร่องระยะที่ 1 ผลเชิงประจักษ์ที่เกิดขึ้น เกษตรกรชาวนามีความพึงพอใจในต้นทุนการผลิตที่ลดลงมากถึง 2,000 บาท ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นอีก 2,000 บาท จากการเพาะปลูก และเกษตรกรยังมีสุขภาพที่ดีขึ้นเนื่องจากเปลี่ยนมาใช้จุลินทรีย์เพื่อการเกษตรที่ดีมีมาตรฐานแทนที่การใช้ปุ๋ยเคมีสารเคมียาฆ่าแมลงยาฆ่าหญ้า ผลผลิตดีมีคุณภาพเห็นได้อย่างชัดเจน

ซึ่งการขายข้าวจะมีภาคีโรงสีมารับซื้อในราคาที่เหมาะสมตามคุณภาพของข้าวโดยทางสมาคมพัฒนาเศรษฐกิจเกษตรรักษ์โลกร่วมมือกับโรงสีในการรับซื้อ “ข้าวรักษ์โลก” ทั้งหมดเข้าสู่โรงสีผู้ส่งออกรายใหญ่ที่มีมาตรฐาน ISO22000 และเพื่อเป็นการส่งเสริมชาวนานักรักษ์ทางสมาคมพัฒนาเศรษฐกิจเกษตรรักษ์โลก บวกเงินรับซื้อเพิ่มให้อีก 1 บาท จากราคาที่โรงสีรับซื้อ เพื่อสีข้าว หอมมะลิ 105 ให้เป็น “ข้าวรักษ์โลก”เกรดพรีเมียม บรรจุในกล่องที่มาตรฐานสวยงามเพื่อจัดทำเป็นของขวัญปีใหม่ และอวดโฉมในเวที การประชุม APEC 2022 ที่นำเสนอ “ข้าวรักษ์โลก”ในงาน APEC และแจกให้กับสื่อมวลชนต่างประเทศที่เข้าร่วมงาน

และทั้งหมดนี้เป็นการร้อยเรียงห่วงโซ่ในกระบวนการทำนาใหม่ที่เป็นการส่งเสริมตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ (BCG Model) จากภาครัฐ ภาคีสมาคม และเอกชน ที่ต้องการช่วยเหลือส่งเสริม การปฎิวัติการทำนาสู่ความยังยืน ตามแนวทางของท่านนายกรัฐมนตรีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จนเกิดเป็นผลลัพธ์เชิงประจักษ์ออกสู่เวทีโลกเพื่อประกาศความยิ่งใหญ่และการเป็นผู้นำด้านการผลิตข้าวที่มีคุณภาพ ดีต่อสุขภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นเทรนด์ใหม่แห่งโลกอนาคตของระบบเศรษฐกิจและระบบการเกษตรของโลก ในรูปแบบ BCG

“ดร. ภณ ทัพพินท์กร” นายกสมาคมพัฒนาเศรษฐกิจเกษตรรักษ์โลก” เปิดเผยถึงกระบวนการวิธีผลิตข้าวแนวใหม่ “ข้าวรักษ์โลก” ภายใต้แนวทางแบบ BCG โมเดลว่า “โครงการข้าวรักษ์โลก BCG Model เป็นโครงการที่ส่งเสริมให้ชาวนาทำนาอย่างประณีต โดยใช้จุลินทรีย์เพื่อการเกษตรเท่านั้น เลิกใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมี ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า
โดยวิธีการ ให้ไถ่กลบต่อซังข้าวแล้วฉีดด้วยจุลินทรีย์ เพื่อทำการย่อยสลายซากพืชซากสัตว์ให้กลายเป็นปุ๋ยธรรมชาติเพิ่มธาตุสารอาหาร N P K กลับลงไปในดิน ส่งเสริมโดรนเพื่อการเกษตรในการฉีดพ่นจุลินทรีย์ประหยัดแรงงานประหยัดเวลาลดค่าใช้จ่าย และส่งเสริมระบบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานทางเลือกแบบหมุนเวียน เพื่อประหยัดด้านต้นทุนพลังลง ทั้งหมดนี้ทำให้เกิดการลดต้นทุนในการเพาะปลูกลงมากถึง 2,000 บาท / ไร่ และเมื่อผลผลิตออกมามีคุณภาพ ปลอดสารพิษ ดีต่อสุขภาพ แล้วจึงทำให้ภาคีโรงสีมารับซื้อในราคาที่สูงกว่าตลาด จึงเป็นการส่งเสริมแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ตามนโยบาย BCG Model ของทางรัฐบาลคือ


B = Biotechnology คือส่งเสริมระบบชีวมวลชีวภาพ โดยให้ใช้จุลินทรีย์เพื่อการเกษตร SG1 ที่ดีมีมาตรฐาน ISO, Bio Safety Level 1 and LD50
C = Circular Economy เศรษฐกิจหมุนเวียน โครงการส่งเสริมให้ไถกลบตอซังข้าวแล้วฉีดพ่นด้วยจุลินทรีย์ SG1 เพื่อย่อยสลายซากพืชซากสัตว์ให้กลายเป็นปุ๋ยธรรมชาติกลับสู่ลงดินเป็นการเติมธาตุสารอาหาร N P K ธาตุรองธาตุเสริมกลับลงไปในดิน
Green = เศรษฐกิจสีเขียว เมื่อส่งเสริมไถ่กลบตอซังข้าวไม่มีการเผาฟางก็ไม่เกิดก๊าซคาร์บอนไดร์ออกไซด์ เมื่อฉีดพ่นจุลินทรีย์ SG1 ลงไปกระบวนการย่อยสลายซากพืชซากสัตว์จะไม่ปล่อยก๊าซมีเทน เป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มีเครดิตคาร์บอน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ดร.ภณ กล่าว

ซึ่งถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้องก้าวนำ โดยมีผลิตผลเป็นที่ประจักษ์ สำหรับข้าวรักษ์โลกที่อวดโฉมบนเวที APEC 2022 ในครั้งนี้