เผยโฉม 8 รายการสินค้า GI ขึ้นเวทีเอเปค2022 หนุนของไทยดังไกลทั่วโลก

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยโฉม 8 สินค้า GI ในเวทีเอเปค 2022 ซอฟต์พาวเวอร์นำอัตลักษณ์พื้นถิ่นไทยสู่สายตาชาวโลกพร้อมสร้างโอกาสกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก กระจายรายได้เข้าสู่ชุมชน

Advertisement

กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ยกขบวนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากชุมชนท้องถิ่นต่างๆ ของไทย ร่วมต้อนรับสุดยอดผู้นำในการประชุมเอเปค 2022 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพในขณะนี้ นับเป็นซอฟต์พาวเวอร์สำคัญที่ช่วยถ่ายทอดอัตลักษณ์ความเป็นไทยสู่ระดับนานาชาติ ตั้งเป้าขยายผลส่งเสริมสินค้า GI ไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง สร้างโอกาสทางการค้าทั้งในและต่างประเทศ และสร้างรายได้ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ปลากุเลาเค็มตากใบ จังหวัดนราธิวาส

 

ไข่เค็มไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา “การที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปคครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการเผยแพร่อัตลักษณ์และคุณภาพของสินค้า GI ไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะผู้นำจาก 21 เขตเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลได้คัดเลือกสินค้า GI เข้ามามีส่วนร่วมในการประชุมดังกล่าวเพื่อนำเสนออัตลักษณ์ความเป็นไทย ผ่านเมนูอาหารที่อาศัยวัตถุดิบ GI ประกอบด้วย ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ของจังหวัดศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด ยโสธร สุรินทร์ และมหาสารคาม เนื้อโคขุนโพนยางคำ จังหวัดสกลนคร ปลากุเลาเค็มตากใบ จังหวัดนราธิวาส ไวน์เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ส้มโอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ไข่เค็มไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี และว่าที่สินค้า GI กล้วยหอมทองพบพระ จังหวัดตาก

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา
ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ 5 จังหวัด
เนื้อโคขุนโพนยางคำ จังหวัดสกลนคร
ไวน์เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

นอกจากนี้ ได้นำผ้าไหมปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา มาทอเป็นของที่ระลึกแก่ผู้นำเอเปค เช่น เนคไท ผ้าคลุมไหล่ ฯลฯ นำมาซึ่งความภาคภูมิใจของเกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ได้มีส่วนร่วมเป็นเจ้าภาพต้อนรับ 21 ผู้นำเขตเศรษฐกิจจากทั่วโลก อีกทั้งยังช่วยสร้างโอกาสทางการค้า กระตุ้นยอดขายและสร้างรายได้รับการเปิดประเทศอย่างแท้จริง”ทั้งนี้ สินค้า GI ทั้ง 8 รายการ ล้วนเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค

ผ้าไหมปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา

โดยที่ผ่านมาสร้างเม็ดเงินเข้าสู่ชุมชนท้องถิ่นรวมกว่า 820 ล้านบาทต่อปี ซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาและหน่วยงานพันธมิตร พร้อมเดินหน้าส่งเสริมสินค้า GI โดยเฉพาะการขึ้นทะเบียนในต่างประเทศ เพื่อให้สินค้าไทยได้รับการคุ้มครองในตลาดการค้าที่สำคัญ รวมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าชุมชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป