สาร์ทจีน -วันประตูนรกเปิด -วันปล่อยผีประเพณีดีงามที่ควรรู้จักรักษาไว้

อีกหนึ่งในวันสำคัญของชาวไทยเชื้อสายจีน ชาวจีนในหลายประเทศ ที่ควรทำความรู้จักกับความเป็นมาแบบคร่าวๆ และร่วมรักษาไว้ เพราะเป็นวันสำคัญที่มีกุศโลบายซ่อนอยู่ กับ “วันสาร์ทจีน”

Advertisement

จริงๆ แล้วก็เป็นเรื่องที่ชินตาสำหรับชาวไทยเชื้อสายจีน หรือ ที่เคยเติบโตกันมาในระแวกที่มีครอบครัวชาวจีนอาศัยอยู่ ซึ่งจะประเพณีการไหว้สำคัญๆ สองวันสองช่วงเวลาคือ “ตรุษจีน” และ “สาร์ทจีน” ที่จะมีการนำของเซ่นไหว้ ออกมาไหว้ เพื่อความเป็นสิริมงคล

ทีนี้ “ตรุษจีน” ก็คือวันขึ้นปีใหม่ “ซิงนี้” (แต้จิ๋ว) หรือ “ซินเนียน” (ภาษากลาง)  ของชาวจีน เมื่อตรุษจีนเป็นวันปีใหม่แล้ว “สาร์ทจีน” คือวันอะไร? สำคัญอย่างไร?

ของเซ่นไหว้บรรพบุรุษแล้วแต่จัดชุดเล็กชุดใหญ่ตามฐานะ

“วันสาร์ทจีน”  เรียกให้น่ากลัวก็จะเรียกว่า “วันประตูนรกเปิด” หรือ “วันปล่อยผี”  โหดมั้ยหละ …. วันนี้แหละที่เป็นอีกหนึ่งในวันสำคัญของชาวจีน และ ชาวไทยเชื้อสายจีน ที่จะนับวันตรงกันทุกบ้าน และอีกหลายประเทศที่ยึดเอาปฏิทินจันทรคติเป็นแนวทางกำหนดวันเวลา ในแต่ละปีก็จะไม่ตรงกันทุกปี กับปฏิทินสากล ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 5 กันยายน หรือ วันที่ 15 เดือน 7 ในปฏิทินจีน หรือชาวแต่จิ๋วจีนชนหมู่มากในเมืองไทยเรียกว่า  “ชิกเว่ยะจับโหงว”

นอกจากเซ่นไหว้บรรพบุรุษและผีไม่มีญาติแล้วยังต้องเซ่นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านด้วย

คำเรียกวันสาร์ทจีนหรือเทศกาลนี้แต่ละภาษาก็จะออกเสียงไม่เหมือนกัน ต่างกันไปตามสำเนียงของแต่ละท้องถิ่น แต่ใช้ตัวอักษรเดียวกัน คือ中元节 ในสำเนียงหลักจีนกลางเรียกว่า “จงหยวนเจี่ย” ส่วนในเมืองไทยที่ จะคุ้นเคยกับสำเนียงแต้จิ๋วที่เรียกว่า “ตงหง่วนโจ่ย”  ส่วน วันสาร์ทจีนตรงๆ ในสำเนียงกลางจะเรียกว่า “ชีเยี่ยป้าน” ส่วนสำเนียงแต้จิ๋วเรียก “ชิกเว่ยะปั่ว” สำเนียงแคะหรือฮากกาเรียก “ชิด เนี๊ยะ ป้าน” ซึ่งล้วนแล้วแต่แปลตรงกันว่า “กลางเดือน 7”

เอาแบบแค่ประมาณละกัน ทั้งสามสำเนียงออกเสียงไม่เหมือนกัน เอาแต่ประมาณนี้ละกัน  จะใช้ตัวสะกดแบบตรงตัวเปะๆ คงจะลำบาก หรือแม้แต่การแปลอาจจะแปลไปแบบที่ไม่ตรงนัก แต่ก็พยายามจะเน้นให้ “พอเข้าใจแบบคร่าวๆ”

“วันประตูนรกเปิด” หรือ วันปล่อยผี หรือ วันผี เดือนผี หรือวันสาร์ทจีน แล้วแต่จะว่ากันไป ซึ่งจริงๆ แล้ว “วันสาร์ทจีน”จะเป็นแค่จุดพีคสุดๆ เท่านั้น แต่จริงๆ แล้ว ประตูนรกจะเปิดเกือบจะตลอดครึ่งบนของเดือน 7 (ปฏิทินจันทรคติ) หลายคนคงสงสัย แล้วใครดันอุตริไปเปิดประตูนรกแล้วจะเปิดมาทำไม? ประตูนรกนี้จะเปิดโดยพญายม แหมมม … ถ้าจะว่าอุตริก็คงไม่ใช่ ในแต่ละปี ก็ควรจะให้โอกาสวิญญาณต่างๆ ได้มีโอกาสเดินทางกลับบ้านหรือออกมาหาของกินจากญาติ หรือมาเยี่ยมเยียนโลกมนุษย์บ้างสิ จะออกมารับส่วนบุญส่วนกุศล ออกมาได้เห็นลูกหลานแสดงความกตัญญูด้วยการเซ่นไหว้ และ ออกมากินของเซ่นไหว้

ก็ขนาดกาน้ำเดือดๆ เขาก็ยังอุตส่าห์ทำช่องให้ไอน้ำระเหยเพื่อระบายความดัน ไม่งั้นระเบิด ถ้าประตูนรกไม่เปิดซะบ้างเกิดมันระเบิดขึ้นมาจะยุ่งกันตาย แล้วก็ไม่ได้เปิดอะไรบ่อยๆ ไม่ได้เปิดอะไรซีซั้ว เปิดแค่ปีละครั้งๆ ละไม่กี่วันเท่านั้นเอง

อันนี้เป็นความเชื่อนะ ย้ำว่าความเชื่อ ซึ่งก็แน่นอนว่าต้องว่ากันไปตามวิจารณญาณ !

            ทีนี้ความสำคัญของวันสาร์ทจีน อยู่ที่ลูกหลานจะต้องเตรียมของเซ่นไหว้ ทั้งไหว้สิ่งศักดิ์ในบ้านและไหว้บรรพบุรุษ เพราะ เมื่อวิญญาณบรรพบุรุษกลับมาเยือน แน่นอนว่า ลูกหลานควรจะต้องอยู่กันครบๆ ในวันนี้แบบพร้อมหน้าพร้อมตา มองอีกมุมก็เป็นกุศลโลบายที่ดีให้คนในครอบครัวได้มีโอกาสมาเจอกัน

เซ่นไหว้จะใช้อะไรไหว้ อันนี้ก็แล้วแต่บ้านใครบ้านมัน รวยหน่อยก็จัดเต็ม แบบเป็ดไก่ ขนมเทียน ขนมเข่ง เหล้ายาปลาปิ้ง จนหน่อยก็พอเป็นพิธี กับข้าวอย่างสองอย่าง ตบด้วยน้ำชา ก็น่าจะแบบพอเพียง

ปิดพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษด้วย กระดาษเงินกระดาษทอง และ ใบผ่านทาง เป็นอันจบกระบวนการแสดงความกตัญญู แต่บางบ้านพอมีฐานะหน่อย หรือ เคร่งประเพณีหน่อย ก็จะมีการจัดเครื่องเซ่นไหว้อีกชุด สำหรับ “วิญญาณเร่ร่อน” ที่ไร้ญาติขาดมิตร ให้ได้กินอิ่มหนำกัน เรียกว่า “แสดงน้ำใจ” ไหว้แบบนี้ในภาษาจีนเอาสำเนียงแต้จิ๋วและกัน ในเมืองไทยอยู่กันเยอะ เรียกว่า “ไป้ฮอเฮียตี๋” ถ้าแปลกันตรงๆ ตัวเลยก็จะแปลว่า “ไหว้พี่น้องที่ดี” นั่นก็หมายถึง เซ่นไหว้วิญญาณที่ดี เพื่อให้ช่วยคุ้มครองครอบครัว คนในครอบครัว และกิจการของครอบครัวให้เจริญรุ่งเรือง

กระดาษทองพอคุ้นตา ส่วนใบผ่านทางหน้าตาจะประมาณนี้

เทศกาลสาร์ทจีนนี่ยังมีที่มาจากเกร็ดตำนานเกี่ยวกับพระโมคัลลานะ ที่ไปช่วยแม่ในนรก และยังมีความเชื่อปลีกย่อยออกไปอีกหลายอย่าง อาทิ ของที่จะนำมาเซ่นไหว้ หรือบางแห่งอาจมีเรื่องของการลอยกระทง หรือ โคมไฟ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ขึ้นอยู่กับว่า เป็น จีนที่ไหน ประเทศไหน แถบไหน แต่รวมๆ แล้วประเพณีสาร์ทจีนนี่ ไม่ใช่เรื่องของวันหรือเทศกาลควรท่องเที่ยวแบบตรุษจีนนะ เพราะชื่อก็บอกแล้ว “วันประตูนรกเปิด” หรือ “วันปล่อยผี”ก็มีความเชื่อว่าคนไม่ควรเพ่นพ่าน เด็กๆ ก็ควรจะเข้าบ้านก่อนช่วงพลบค่ำ นี่ก็เป็นอีกความเชื่อหนึ่ง

ในบางพื้นที่ก็จะมีการปล่อยโคม

ส่วนถ้าจะดูเทศกาลนี้ในเมืองจีน บอกได้เลยว่า ข้ามฉางเจียงหรือแยงซีเกียงไปอาจไม่มีให้เห็น เพราะเทศกาลนี้ จะเป็นที่นิยมจัดกันในหมู่ชาวจีนตอนใต้ (ประเทศจีนแบ่งเหนือใต้ด้วยแม่น้ำแยงซีเกียง)  และก็จะเป็นเฉพาะสำเนียงภาษา อาทิ ฮกเกี้ยน แต้จิ๋ว แคะ กวางตุ้ง หรือ ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน หรือประเทศที่มีชาวจีน (ทางตอนใต้อาศัยอยู่) ส่วนในประเทศจีนอีกหลายแห่งหลายมณฑล แม้แต่เมืองหลวงอย่างปักกิ่ง อาจไม่มีประเพณีนี้

ความสำคัญที่เน้นย้ำ และเชื่อว่าน่าจะเป็นกุศโลบายมาแต่โบราณอันเป็นจุดเด่นของ “สาร์ทจีน” นี่ก็น่าจะเป็นเรื่องของ “การแสดงความกตัญญูกตเวที” ต่อ บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว ในอีกส่วนหนึ่งก็คือ การรวมจตัวของญาติพี่น้อง ที่จะเรียกว่า รวมกันตรุษจีนที่เป็นปีใหม่กันแล้ว กลางปีเพื่ออัพเดทข่าวคราวกันอีกครั้งก็ครึ่งปีที่วันสาร์ทจีนนี่แหละ นอกจากนี้ก็ยังจะมีเรื่องของการแสดงน้ำใจความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไหว้วิญญาณเร่ร่อน และทำบุญทำกุศลเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย

ฉะนั้น “สาร์ทจีน” จึงเป็นอีกหนึ่งในประเพณีดีๆ ที่ควรเก็บรักษาไว้ เพราะในปัจจุบัน ก็เริ่มจะลดความสำคัญลงจากภารกิจของแต่ละครอบครัวที่บางที บางบ้าน เล่นลืมไปเลยก็มี เพราะปฏิทินสากลบางฉบับก็ไม่ได้ระบุวันนี้เอาไว้ว่าเป็นวันสำคัญ

เลยเป็นอีกหนึ่งวันที่ควรทำความรู้จักและรักษาเอาไว้ โดยเฉพาะลูกหลานไทยเชื้อสายจีน!