“บิ๊กตู่” สมัครสมาชิก “พรรครวมใจ รวมไทยสร้างชาติ” ลั่นไม่ได้มาเพราะอยากอยู่ต่อแต่อยากเห็นชาติเดินหน้า

เสียงเชียร์สนั่น “ประยุทธ์” สมัครสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ลั่นไม่ได้มาเพราะอยากอยู่ต่อ แต่ประเทศไทยต้องไปต่อ สู่อนาคตที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน “พีระพันธุ์” ปลุกสมาชิกสู้เลือกตั้ง ดัน “บิ๊กตู่” นั่งนายกฯอีกรอบ

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวทะเบียน ญค1881 กรุงเทพมหานคร โดยเสื้อเชิ้ตสีขาวคลุมด้วยเสื้อแจ็คเกตลำลองสีดำ มายังศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ในงาน “รวมใจ รวมไทยสร้างชาติ” โดยขบวนรถพล.อ.ประยุทธ์ไม่มีรถนำและไม่มีรปภ.ติดตามเหมือนตอนปฎิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี มีเพียงรปภ.ส่วนล่วงหน้าแต่งกายนอกเครื่องแบบมาดูความเรียบร้อยสถานที่จัดงานเท่านั้น

ส่วนบรรยากาศในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีสมาชิกพรรคมารอเข้าร่วมกิจกรรมล้นหลามตั้งแต่สถานที่จัดงานยังไม่เปิด โดยมีการเตรียมป้ายรอต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึงซ้อมตะโกนเชียร์ “ลุงตู่สู้ๆ” นอกจากนี้ ยังมีบุคคลที่เดินทางร่วมงานด้วยเช่น นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายเสกสรร ชัยเจริญ หรือ หนุ่มเสก นักร้องนักแสดงชื่อดัง ในยุค 90 ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น นายจงรักภักดี ญาณวินะโย นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ เดินทางถึงศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นำแกนนำพรรค รอต้อนรับ และพาเข้าห้องรับรองเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนขึ้นเวที ทั้งนี้ยังมีสมาชิกที่มาร่วมงานได้มาให้กำลังใจตะโกนลุงตู่สู้ๆ พร้อมมอบดอกกุหลาบ ขณะที่นายกรัฐมนตรีไม่ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนที่ถามว่าตื่นเต้นหรือไม่ โดยมีสีหน้าเรียบเฉย ท่ามกลางสื่อมวลชนจำนวนมาก

จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ได้ลงนามสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ภายในห้องรับรอง พร้อมได้เสียเงินค่าสมาชิกตลอดชีพ 2,000 บาท โดยในช่วงเซ็นใบสมัครนั้นมีนายพีระพันธ์ หัวหน้าพรรค และ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค เป็นสักขีพยาน ก่อนที่ นายพีระพันธ์ จะสวมแจ๊กเก็ตสีขาวของพรรครวมไทยสร้างชาติให้พล.อ.ประยุทธ์ ด้วย

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นเวทีกล่าว Mission และทิศทางก้าวต่อไปเพื่อคนไทยทั้งชาติรวม 33 นาที โดยช่วงหนึ่งกล่าวว่า ขอขอบคุณด้วยใจจริง ได้เดินมาท่ามกลางหัวใจดวงเดียวกัน พวกเราคือคนไทยหัวใจเดียวกัน ทั้งคนที่นี่และที่อยู่ทางบ้านทุกฝ่ายในฐานะคนไทย วันนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตในการสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองและเป็นพรรค รทสช. ทุกคนคงคุ้นเคยเพราะอยู่มาหลายปี คงจำหน้าได้ วันนี้อยากบอกว่าลบภาพลักษณ์ของเราไม่ได้ เป็นทหารมาทั้งชีวิต แต่พยายามปรับตัวมาตลอด

เมื่อนายกฯ พูดถึงช่วงนี้มีเสียงกรี๊ดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์จึงกล่าวว่า พูดจนเขิน อะไรก็ดีไปหมด ที่มีวันนี้ได้เพราะพวกเรา เพราะเราคือประเทศไทย คือแผ่นดินที่ศักดิ์สิทธิ์ เราเกิดที่นี่หากินที่นี่ บางท่านก็อยู่ที่นี่ บางท่านก็ไม่อยู่แล้ว แต่เราต้องดำรงรักษาแผ่นดินนี้ให้มากที่สุด รู้สึกตื้นตันใจ ไม่เคยตื่นเต้นมาก่อน วันนี้ได้พูดกับผู้บริหารพรรคว่าตื่นเต้น ปกติไม่กลัวอะไรอยู่แล้ว เพราะเป็นทหารมาทั้งชีวิต แต่วันนี้กลัวความรักที่ให้กับท่านจะเพียงพอกันไหม เพราะรักทุกคนจริงๆ เพราะเราคือเจ้าของแผ่นดินนี้ อยากที่จะบอกว่าเป็นทหารมาทั้งชีวิต ได้รับสั่งสอนมาแบบนี้มาตลอด ตั้งแต่เป็นทหารชั้นผู้น้อยมาจนเดินหน้าการบริหารประเทศ ยืนยันจะทำเพื่อความเจริญก้าวหน้าประเทศ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า เราต้องยึดมั่นในชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ นี่คือหัวใจของคนไทยทั้งชาติ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด คนเป็นทหารมาทั้งชีวิตผ่านการถวายสัตย์มาไม่รู้กี่ครั้ง ต้องซื่อสัตย์สุจริต และเป็นทหารเสือราชินี มีเครื่องหมายเสือสองตัวหัวใจตรงกลาง ถามว่าทำไมหัวใจสีม่วงไม่ใช่สีแดง เพราะผู้บังคับบัญชาต้องมีหัวใจแห่งความซื่อสัตย์ สีม่วงเป็นหัวใจคนใกล้ตายต้องไม่โกหก คนใกล้ตายต้องไม่โกหก ไม่รู้วันนี้เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ วันนี้ความมุ่งหมายจะมาพบทุกคนเพื่อดูว่าเรายังคงรักกันเหมือนเดิมหรือไม่ และได้คำตอบในห้องนี้ก็เยอะจริงๆ ไม่เคยเจอคนเยอะแบบนี้ วันนี้ทราบว่าทุกคนมาด้วยใจ หัวใจเป็นสิ่งที่แสดงออกให้เห็นถึงความรัก

“พูดไปชักหายตื่นเต้น บางทีเครื่องร้อนเร็ว บางทีอุณหภูมิขึ้นเร็ว วันนี้ไม่ได้มาในฐานะนายกฯ แต่มาเพื่อบอกว่าทำไมผมต้องอยู่ รู้หรือไม่ว่าทำไม จะบอกว่าทำไม มายืนตรงนี้วันนี้เมื่อเรามีหัวใจดวงเดียวกัน ทำเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนเป็นหลัก เราต้องเป็นที่พึ่งประชาชนทุกโอกาส เราต้องร่วมมือร่วมใจ วันนี้หลายคนสงสัยว่าผมอยากเป็นต่อหรือไม่ ผมไม่ได้อยากเป็นใหญ่ ไม่ได้อยากมีอำนาจ อำนาจมีเยอะแล้ว มีมาทั้งชีวิต แต่อำนาจมาพร้อมความรับผิดชอบ การมีอำนาจต้องใช้ให้ถูกต้องเป็นธรรมตามกระบวนการ ที่มาวันนี้ไม่ได้อยากเป็น ไม่ได้อยากเป็นผู้ยิ่งใหญ่ และไม่อยากรับผลประโยชน์อะไรทั้งสิ้น วันนี้ที่มายืนตรงนี้เพราะผมเคารพในกระบวนการประชาธิปไตยของประเทศไทย ไม่ได้มาเพราะอยากอยู่ต่อ แต่อยากพูดกับทุกคนว่าประเทศไทยต้องไปต่อ บนพื้นฐานความมีศักยภาพ ความมั่นคง เพื่อเดินหน้าสู่การเมืองที่เป็นประชาธิปไตย ตลอดจนการพัฒนาประเทศ วันนี้ถ้ารวมใจ รวมคนไทย รวมไทยสร้างชาติ ทุกอย่างเราแก้ได้แน่” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ฝากถึงทางบ้านด้วยเชียร์ออกทีวี ถ้าเข้าใจตนเอง ยิ้มที่บ้านก็พอ วันนี้ย้อนกลับดูว่าจะแก้ปัญหาได้อย่างไร ซึ่งไม่สามารถแก้คนเดียว ต้องมีทีมงานที่เรียกพรรคการเมือง หลายคนหาว่าไม่เคารพกระบวนการ วันนี้จำเป็นด้วยเหตุผลประเทศไทยต้องไปต่อ สู่อนาคตที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน จึงตัดสินใจเข้าพรรคซึ่งคิดแล้วคิดอีกมาหลายเดือน ถ้ารู้แบบนี้มานานแล้ว เพราะไม่แน่ใจจะมีคนรักตนเองอีกหรือไม่ อย่าเป็นคนขี้เบื่อเร็วนัก

ช่วงหนึ่งมีกองเชียร์ตะโกนว่า “รักลุงๆ” พล.อ.ประยุทธ์จึงกล่าวว่า เราเป็นครอบครัวเดียวกัน เหมือนสามีภรรยา ต้องอย่าเบื่อกัน ต้องรักมากขึ้นตามเวลา ยิ่งแก่ก็ยิ่งรักมากขึ้นทุกวัน ตนปากหวานแต่จริงใจ อย่างไรก็ตามย้อนไปตั้งแต่ปี 2562 เราเข้าสู่การเลือกตั้ง แต่มีงานของเราที่ทำไม่จบ ตนจึงจำเป็นต้องก้าวมาสู่ตรงนี้ หลายอย่างต้องทำต่อ ทำใหม่ ทำเพิ่ม ทำอย่างไรให้เดินหน้าไปให้ได้ และในเมื่อตัดสินใจทางการเมืองร่วมกับพรรคนี้ หวังว่าจะมีโอกาสทำเรื่องต่างๆ ได้ วันนี้ต้องทำให้เราเข้มแข็งก่อน ประเทศไทยมีอยู่แล้วความมีเสถียรภาพ ความรัก และความสามัคคี ต้องไม่ให้ใครมาทำลายความรักความสามัคคี ซึ่งคนไทยรักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด ต้องต่อสู้ฟันฝ่าไปข้างหน้า ดังนั้นงานที่ตนจำเป็นต้องทำต่อจำเป็นต้องมายืนตรงนี้ ประเทศไทยไม่ใช่ของใคร แต่เป็นของพวกเราทุกคน ปัญหาที่ผ่านมาทุกคนทราบดีอยู่แล้ว หลายๆ อย่างค้างอยู่ เราต้องเดินหน้าสานต่อให้ได้ พวกเราต้องไปร่วมกันให้ได้ จับมือชูไปด้วยกัน ไม่มีอะไรเอาชนะไม่ได้ ต้องฟันฝ่าอุปสรรคไปด้วยกัน เราทุกคนถึงต้องมายืนตรงนี้ในนามรวมไทยสร้างชาติ เป็นสิ่งที่ตัดสินใจมายืนตรงนี้ แม้เหนื่อยเครียดก็พยายามอดทน เพื่อทำสิ่งที่ดีกว่า แต่ไม่ใช่ตนพูดแล้วจะได้เลย ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่เสียงของประชาชนตัดสินใจ ตนไปกำหนดอะไรไม่ได้อยู่แล้ว

ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า จริงๆ คิดมาหลายวัน คิดมาหลายเดือนว่าไปตรงไหนดี กลับบ้านนอนเลยดีกว่า แต่ก็คิดว่าแล้วเราจะนอนหลับหรือไม่ ก็ต้องเลือกว่าทำอย่างไรต่อไปดี รวมไทยสร้างชาติเป็นคนพูดคำนี้ไว้เองว่า ถ้าประเทศไทยจะเดินไปข้างหน้าต้องรวมไทยสร้างชาติ แล้ววันนี้เอาชื่อที่พูดมาตั้งชื่อพรรค เดี๋ยวคงต้องเรียกลิขสิทธิ์ จากนั้นในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ได้นำร้องเพลงศรัทธา ของวงหินเหล็กไฟ พร้อมตะโกนดังๆ ว่ารวมไทยสร้างชาติ

ต่อมานายพีระพันธุ์ ได้ขึ้นเวทีกล่าวถึงแนวคิดและจุดยืนของพรรครวมไทยสร้างชาติ ว่า “วันนี้มีสมาชิกกว่า 30,000 คนแล้ว พรรครวมไทยสร้างชาติจะหลอมรวมคนไทยให้กลับมามีความรักความสามัคคีหล่อหลอมกันเหมือนเดิม ทุกคนรักชาติบ้านเมืองไม่มีใครอยากทะเลาะกันอีกแล้ว เพราะเราไม่มีเวลามาทะเลาะกันวันนี้ประเทศไทยต้องเดินหน้า พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคเดียวที่ต้องได้รับความรักความสามัคคีจากคนไทยทั่วประเทศ ทั้งนี้ เมื่อ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนประกาศจะนำทัพลงสนามเลือกตั้ง แต่วันนี้เรามีพล.อ.ประยุทธ์ มาร่วมนำทัพ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการมาสร้างพรรคการเมืองให้เป็นพรรคการเมืองที่ สร้างความสามัคคีปองดองให้ประเทศไทย เรามาช่วยกันสร้างความรักความสามัคคีให้กับชาติบ้านเมือง เราทุกคนในพรรครวมไทยสร้างชาติจะทำพรรคให้เป็นสถาบันการเมือง ของประเทศต่อไปเราจะทำให้ได้ เมื่อเข้าสู่การเลือกตั้งเราจะมาพบกันอีกครั้งในเวทีปราศรัยใหญ่ และปราศรัยย่อย และขอให้ทุกคนช่วยกัน เพื่อให้ลุงตู่ชนะเลือกตั้งให้ได้”