โบกมือลา! ปิดตำนาน “ชุมชนป้อมมหากาฬ”ความผูกพันกว่า 50 ปี

ถึงเวลานี้ ชาวบ้านที่อาศัยในชุมชนป้อมมหากาฬได้พร้อมใจรื้อถอนบ้านเพิ่มอีก 2 หลัง โดยมีบ้านเลขที่ 113 ซึ่งมี่นายธวัชชัย วนาภานุเบศ อายุ 66 ปีเป็นเจ้าของบ้าน เล่าให้ฟัง ว่า

Advertisement

”ตนเองได้อาศัยอยู่ในชุมชนป้อมมหากาฬตั้งแต่ปี 2507 อยู่มาร่วม 50 ปีโดยเริ่มจากการเช่าบ้านเขาอยู่และได้ซื้อสิทธิ์บ้านหลังนี้จนเป็นของตัวเอง พร้อมกับซ่อมแซมจนมีสภาพที่ดี จากการที่ตัดสินใจรื้อบ้านตัวเองได้คิดและเต็มใจซึ่งไม่มีใครมาบังคับ เพราะที่ผ่านมาได้ต่อสู้มาร่วม 25 ปี ที่ต่อสู้เพราะห่วงลูกๆที่ต้องเรียนแถวนี้ ตอนนี้ลูกๆก็โตและเรียนจบหมดแล้วไม่ต้องห่วงเรื่องอะไรแล้ว เห็นสมควรแล้วที่จะต้องคืนพื้นที่ให้กับ กทม.เพื่อจัดสร้างสวนสาธารณะเพื่อทำคุณประโยขน์ให้กับสังคมและบ้านเมืองของเราต่อไป ซึ่งหลังจากนี้ตนและครอบครัวจะย้ายไปอยู่แถวประปาแม้นศรีชั่วคราว ก่อนที่จะขยับขยายไปซื้อบ้านที่เกียกกายต่อไป”

ส่วนบ้านหลังที่ 2 ที่พร้อมรื้อถอนอีกหนึ่งหลัง คือ บ้านเลขที่127/1 โดยมีนางภัทรจีรา รัตนประสาท อายุ 86 ปีเป็นเจ้าของบ้านแต่ไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่แล้ว ซึ่งให้ญาติห่างๆอยู่แทน พร้อมกับกล่าวว่า

”ตนเองก็มีความยินดีที่จะรื้อถอนบ้านหลังนี้โดยไม่มีใครมากดดัน พร้อมกับให้ความร่วมมือกับ กทม.เพื่อนำพื้นที่นี้ไปทำคุณประโชยน์ให้กับบ้านเมืองเช่นกัน”

ซึ่งในปัจจุบันบ้านหลังนี้ได้มีนางจุมพร ประโสทานัง อายุ 49 ปีได้อาศัยอยู่กับสามี มาร่วม 20 ปี แบบเช่าอาศัยอยู่ ได้กล่าวความรู้สึก ว่า

”ตนเองก็มีความรู้สึกเหมือนๆกับครอบครัวคนอื่นๆที่ย้ายออกไปก่อนหน้านี้ การรื้อถอนและย้ายบ้านวันนี้ไม่มีใครมากดดันใดๆทั้งสิ้น เป็นความเต็มใจและที่สำคัญเรามีที่อยู่ ที่ใหม่กว่าบ้านหลังนี้ เพราะบ้านหลังนี้มันทรุดโทรมมากไม่มีเงินที่จะมาซ่อมแซม มีทางเลือกที่ดีกว่าก็พร้อมที่จะไปเพื่อความเป็นอยู่ของครอบครัวที่ดีขึ้น”

การรื้อถอนบ้าน 2 หลังวันนี้ บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี ซึ่งไม่มีการปะทะกันระหว่างผู้มีความยินยอมรื้อถอนและผู้ที่ไม่ยินยอมที่จะรื้อถอน โดยมีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร (กอ.รมน.กทม.)มาอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้กับชาวบ้านในการรื้อถอนบ้าน 2 หลังครั้งนี้ ซึ่ง พ.อ.วิโรจน์ หนองบัวล่าง หัวหน้าฝ่ายข่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.กทม.)เปิดเผยถึงการปฏิบัติงานในวันนี้ว่า ชาวบ้านในชุมชนป้อมมหากาฬได้ขอร้องให้ กอ.รมน.กทม. มาช่วยในการรื้อถอน ทั้งที่ความจริงแล้ว ทหารไม่มีสิทธิในการรื้อถอน การจะเข้ามาปฏิบัติงานได้นั้นต้องเป็นความต้องการของชาวบ้านเท่านั้น
“กอ.รมน.กทม. เข้ามาเพราะผู้นำชุมชนอยากให้เราเข้ามาช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัย เพราะในช่วงที่ผ่านมามีการขายพลุและสิ่งของผิดกฎหมาย จึงเข้าไปทลายคลังเก็บพลุของผู้ประกอบการได้ประมาณ 200 ตัน พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายเป็นที่เรียบร้อย”

อีกประเด็นที่ทาง กอ.รมน.กทม. เข้ามาพื้นที่ตรงนี้ เพราะทราบข้อมูลจากประชาชนว่า บ้านทั้งหมด 15 หลังที่เหลืออยู่ ซึ่งประชาชนที่เหลืออยู่ในส่วนตรงนี้อาจจะไม่ลงรอยกันกับชาวบ้านที่จะย้ายออกไป กอ.รมน.กทม. จึงเข้ามาดูแลในส่วนนี้เพื่อลดการขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นด้วย

“ประชาชนรื้อถอนบ้านออกไปด้วยตนเองตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน บางส่วนก็กลับถิ่นฐานเดิม ในส่วนของประชาชนที่ไม่มีที่ไปก็จะไปอยู่ ที่บ้านอิ่มใจ ตึกเก่าประปาแม้นศรี เป็นการชั่วคราว และ กอ.รมน.กทม. ยังได้ประสานกับกรมธนารักษ์ในการหาพื้นให้กับประชาชน ได้เป็นพื้นที่ 1 แปลงบริเวณสี่แยกเกียกกาย โดยเบื้องต้นบริเวณนั้นมีประชาชนที่เข้าไปอยู่อาศัยแล้วรวมกว่า 40 ครัวเรือน” หัวหน้าฝ่ายข่าว กอ.รมน.กทม. กล่าว

ภาพจากเพจชุมชนป้อมมหากาฬ