ตร.ท่องเที่ยว ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กลางกรุงพนมเปญ (คลิป)

ตำรวจท่องเที่ยว บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เครือข่าย นายเฉินหยวนไข่ กลางกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา พบคนไทยกว่า 25 คน ร่วมขบวนการและได้เข้าช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกบังคับให้กระทำผิดกฏหมาย

Advertisement

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว หัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำ ศูนย์ป้องกัน และปรามปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมกับรองผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการหน่วยรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนของกัมพูชา หารือแนวทางการทำงาน หลังพบเบาะแสว่ามีการตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อหลอกลวงคนไทยมูลค่าความเสียหายนับ 100 ล้านบาท ในกัมพูชา ก่อนวางแผนเข้าจับกุม

ทั้งนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่าง ไทย- กัมพูชา ในการปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์ หลังสืบทราบว่าขบวนการคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกลวงคนไทยได้ใช้ประเทศกัมพูชาเป็นฐานที่ตั้งใน 3 จุดสำคัญ

จุดแรกเข้าตรวจสอบโรงพยาบาลร้างแห่งหนึ้ง กลางกรุงพนมเปญ จากการตรวจค้นพบ อุปกรณ์ และคนเฝ้าดูแล ชาวกัมพูชา จำนวน 2คน ซึ่งตำรวจพบอุปกรณ์ ซึ่งประกอบด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ เอกสารบัญชีรายชื่อ ซึ่งถูกบันทึกไว้ว่ามีการโทรเข้าออกจำนวนมาก

ต่อมาได้ขยายผล เข้าจุดที่ 2 ซึ่งห่างจากจุดแรกประมาณ 3 กม. เป็นบ้านเช่าหรูขนาดใหญ่ พบผู้ต้องหา ชาวไต้หวัน 4 คน คนไทย 25 คน และกัมพูชา 3 คน พร้อมอุปกรณ์ประกอบด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ เอกสารบัญชีรายชื่อ ซึ่งถูกบันทึกไว้ว่ามีการโทรเข้าออก คล้ายกับจุดแรกอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน

ขณะที่จุดที่ 3 ตรวจสอบบ้านหลังหนึ่ง ณ เมืองกัมปงโสมหรือเมืองพระสีหนุ พบผู้ต้องหาชาวไต้หวัน2คน ชาวไทย1 คน โดย 2ใน3คน มีหมายจับอยู่ในประเทศไทยด้วย จากการตรวจค้นพบอุปกรณ์ในลักษณะเดียวกันพร้อมเหยื่อซึ่งเป็นคนไทยอีกจำนวนหนึ่ง

สำหรับคนไทยที่ถูกจับกุมในครั้งนี้ กำลังทำหน้าที่ โทรศัพท์หลอกเหยื่อ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย โดยเบื้องต้นพบว่าคนไทยทั้งหมด มีทั้งส่วนที่เป็นผู้ร่วมขบวนการ โดยสมัครใจ และบางส่วนก็ถูกบังคับให้ทำหน้าที่ โดยกักขังไว้ ทั้งให้เสพสารเสพติด บ้างก็ทำร้ายร่างกายเมื่อมีการขัดขืน

เมื่อสอบสวนพบว่า ขบวนการคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าวเป็นเครือข่ายของนายเฉิน หยวน ไข่ ชาวไต้หวัน และกลุ่มชาวมาเลเชีย ซึ่งก่อนหน้านี้เคยตั้งถิ่นฐานที่ประเทศไทย ก่อนที่จะถูกทางการไทยจับกุมตัวได้ ต่อมาได้รับการประกันตัวในชั้นศาล ซึ่งหลังจากการได้ประกันตัวได้หลบหนีออกนอกประเทศเพื่อหลบหนีการจับกุมเรื่อยมาฐานที่มั่นในกรุงพนมเปญ และกรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อทำคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงชาวไทย

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กล่าวว่า กัมพูชาเป็นประเทศต้นทางที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใช้ตั้งฐานปฏิบัติการ โดยร่วมมือกับชาวไต้หวัน จีนและมาเลเซีย บังคับคนไทย มาเป็นพนักงาน เพื่อหลอกลวงคนไทยด้วยกัน หากใครปฏิเสธก็จะกักขังและทำร้ายร่างกาย ซึ่งพฤติการณ์ก็ไม่ต่างจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในมาเลเซีย