รู้จัก “ทนายหน้าหอ” กับบทบาทของ “ไอ้จ้อย”หนุ่มหน้าใสที่สาวๆแอบกรี๊ด

หนึ่งในตัวละครชายที่มีเสน่ห์ที่สุดในเรื่องบุพเพสันนิวาสที่สาวๆพากันหมายตามากที่สุดก็คือ “นายจ้อย” คนรับใช้ของหมื่นสุนทรเทวาที่ดูจะหล่อหวานใสจนเป็นที่ถูกใจสาวไทยยุคหลังกึ่งพุทธกาลทั้งหลายเป็นยิ่งนัก – ฮา

Advertisement

แน่นอนว่าท่านผู้อ่านหลายท่านคงไม่ได้นึกแปลกใจกับฐานะของนายจ้อยคนนี้ซักเท่าไหร่ เพราะดูๆไปแล้ว เขาก็ไม่ต่างจากคนรับใช้ในแบบที่เราคุ้นเคยคือมีหน้าที่คอยติดตามนายไปที่ต่างๆ หรือหาไม่ก็ไปล้อมวงตีไก่ตามประสาชาวบ้าน แต่ถ้าใครตั้งใจดูดีๆจะรู้ว่าเขาไม่ใช่คนรับใช้ธรรมดานะครับ เพราะถ้าใครตั้งใจดูดีๆจะเห็นว่านายจ้อยผู้นี้น่าจะรู้หนังสือด้วย ดังเราจะเห็นได้ว่าเขามักจะทำงานเอกสารต่างๆกับหมื่นสุนทรเทวาเสมอเขา ไม่ว่าจะทำหน้าที่ฝนหมึกไปจนถึงทำงานคัดลอกหนังสือได้ด้วย อันเป็นการแสดงให้เห็นว่าเขาต้องไม่ใช่ไพร่ธรรมดาแล้วล่ะครับ และเมื่อผมเข้าไปดูข้อมูลของละครเรื่องนี้ก็พบว่านายจ้อยคนนี้มีฐานะเป็นถึง “ทนายหน้าหอ” ของหมื่นสุนทรเทวาเลยทีเดียวละครับ

ภาพแนะนำตัวละครจากบริษัทบรอดคาสท์ฯ

เอาล่ะครับ เมื่อพูดถึงทนายกันแล้ว หลายท่านคงจะคิดถึง “ทนายความ” อันหมายถึงผู้ที่มีหน้าที่ว่าความหรือแก้ต่างคดีให้กับลูกความของตนเองในชั้นศาล แต่ในความเป็นจริงแล้ว คำว่าทนายมีความหมายว่า “ผู้รับใช้” หรือ “ผู้แทนนาย” เพราะว่าหน้าที่ของพวกเขาก็คือการรับใช้และติดตามขุนนางที่เป็นเจ้านายของตนเองนั้นล่ะครับ

สำหรับผู้ที่จะมาเป็นทนายหน้าหอหรือเรียกอีกอย่างว่า “ต้นห้อง”ของผู้เป็นนายได้นั้น นายจะเลือกไพร่ที่มีความรู้หรือวิชาติดตัวครับ ซึ่งบรรดาวิชาที่ทนายจะต้องมีและเป็นก็คือเขาจะต้องอ่านออกเขียนได้ มีความรู้ในวิชาการคำนวณ หรือถ้าหากว่ามีวิชาการต่อสู้ติดตัวอยู่บ้างนี้ยิ่งเหมาะใหญ่เลยทีเดียวครับ เพราะพวกเขาก็จะได้ทำหน้าที่ปกป้องผู้เป็นนายได้เวลาเดินทางไปไหนมาไหนในที่ไกลๆได้ด้วยนั้นเอง

อย่างไรก็ตาม ในเรือนขุนนางหนึ่งแห่งก็อาจจะมีทนายได้หลายคนอยู่ครับ คือมีทนายของนายผู้พ่อคนหนึ่งและทนายของผู้ลูกอีกคนหนึ่ง หรือขุนนางหนึ่งคนก็อาจจะมีทนายทีเดียวหลายคนเลยก็ยังได้ครับ ดังที่เราจะเห็นได้ว่าออกญาโหราธิบดี ผู้เป็นพ่อของหมื่นสุนทรเทวามีข้ารับใช้ที่สามารถทำงานหนังสือให้กับท่านได้อยู่สองคน จนเราอาจจะเปรียบว่าทนายนั้นเหมือนกับ “เสมียน” หรือ “เลขาส่วนตัว” หรือดีไม่ดีก็พ่วงด้วยตำแหน่งองครักษ์พิทักษ์นายอีกตำแหน่งก็ได้ครับ – ฮา

กระนั้น พวกทนายหน้าหอนั้นยังมีข้อแตกต่า
่างจากทนายทั่วไป ตรงที่พวกเขามิได้มีหน้าที่จำเพาะธุระหรืองานส่วนตัวของผู้เป็นนายตนเท่านั้น หากแต่เขายังมีหน้าที่คอยดูแล รับใช้ใกล้ชิด และแม้แต่ “นอนเฝ้า” ผู้เป็นนายบนเรือนอีกด้วย จึงกลายมาเป็นที่มีของนามทนายหน้าหอนั้นเอง

นอกจากนี้แล้ว หน้าที่สำคัญของทนายอีกหนึ่งคือการคุ้มครองและปกป้องสิทธิตามกฏหมายของเหล่าบ่าวไพร่บริวารในบ้านและไพร่ในสังกัดศักดินาของนายทั้งหมดด้วยนะครับ เนื่องจากตามกฏหมายตราสามดวงเขาถือว่าราษฎรทุกคนจะต้องมีสังกัดมูลนายที่ชัดเจนจึงจะได้รับความคุ้มครองตามกฏหมาย ซึ่งหมายความว่าขุนนางจึงหน้าที่ในการปกป้องไพร่ในสังกัดตัวเองด้วยนั่นเอง และถ้าเมื่อไพร่ในสังกัดมูลนายไปมีคดีความกับใคร ไม่ว่าจะโดนหาเรื่องหรือว่าไปหาเรื่องเขาก่อน ผู้เป็นนายก็ต้องให้การปกป้องและคุ้มครองตามกฏหมายในชั้นหนึ่งก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการไต่สวนในชั้นศาล ซึ่งหน้าที่ของผู้ที่จะไป “ค้ำประกัน” พวกไพร่ในสังกัดมูลนาย ก็จะเป็นหน้าที่ของเหล่าทนายนี้ล่ะครับที่จะต้องไปแก้ต่างหรือว่าความในศาลประจำเมืองกันนั้นล่ะ

เพราะฉะนั้น หน้าที่ของนายจ้อยจึงมิใช่คัดลอกหนังสือหรือพายเรือไปส่งนายตามที่ต่างๆเท่านั้น แต่เขายังมีหน้าที่คอยคุ้มครองเหล่าบ่าวไพร่เวลามีเรื่องถึงโรงถึงศาลอีกด้วย ซึ่งถ้าเป็นอย่างกรณีที่พ่อหมื่นสุนทรเทวาโดนเรือชนจนตกน้ำตกท่าเช่นนี้ ก็ต้องเป็นหน้าที่ของนายจ้อย (หรือทนายของออกญาโหราธิบดี) จะต้องตามไปฟ้องร้อง หรืออาจจะถึงขั้นลากคอไอ้คนชนนายตัวเองไปว่าความกันในศาลพระนครแล้วล่ะครับ

นี้ล่ะครับ เรื่องราวความเป็นมาของเหล่าทนายในประวัติศาสตร์ไทย

เรื่องโดย – ภาสพันธ์ ปานสีดา

ที่มาของภาพ – http://www.trueplookpanya.com/blog/content/65909/-enttv-ent-